การตีความประมวลรัษฎากรเกี่ยวกับอำนาจฟ้องคดีภาษีอากรและการกำหนดผู้ประกอบการค้าชิ้นส่วนรถยนต์
บทบัญญัติที่จำกัดสิทธิในการฟ้องคดีต่อศาลต้องตีความโดยเคร่งครัด เมื่อกฎหมายมิได้กำหนดว่าการอุทธรณ์ต้องมีเหตุผลอย่างเดียวกัน โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลได้แม้จะอ้างเหตุอื่นเพิ่มเติม และผู้ที่นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์มาประกอบเป็นรถยนต์เพื่อขายมิใช่ผู้ประกอบการค้าชิ้นส่ว
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ให้โจทก์ชำระภาษีรวม 3,369,785.96 บาท
โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้ารถยนต์ นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์มาประกอบเป็นรถยนต์แล้วจำหน่าย มิได้ขายชิ้นส่วนรถยนต์โดยตรง โจทก์อุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โดยอ้างว่าการประเมินไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต่อมาฟ้องคดีต่อศาลโดยอ้างเหตุอื่นเพิ่มเติม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2571/2518บริษัทธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด โดยนางประไพ วิริยะพันธ์เป็นกรรมการผู้จัดการโจทก์กรมสรรพากร โดยนายเยื่อ สุสายัณห์ เป็นอธิบดี ที่ 1 กับพวกรวม 7 คนจำเลย ป.รัษฎากร ม. 30 (2), ม. 79 ทวิ (1), พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นและลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 15) พ.ศ.2504 ป.พ.พ. ม. 4 ป.วิ.พ. ม. 55ประมวลรัษฎากรที่บัญญัติให้มีการอุทธรณ์การประเมินในบางกรณีต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เสียก่อนแล้วจึงจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาต่อศาลได้นั้น เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิในการฟ้องคดีต่อศาล จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัด ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 20,30 (2) มิได้บัญญัติเลยว่าการอุทธรณ์ การประเมินและการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลจะต้องมีเหตุผลอย่างไร และเหตุผลนั้นจะต้องเป็นอย่างเดียวกัน เมื่อโจทก์อุทธรณ์ว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินเกี่ยวกับชิ้นส่วนของรถยนต์ที่โจทก์สั่งเข้ามาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็มีความเห็นเช่นเดียวกับเจ้าพนักงานประเมิน เพียงแต่ลดภาษีการค้าลงบ้านเท่านั้น ฉะนั้น เมื่อโจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ถูกต้องอย่างไร ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยนั้นต่อศาลได้ แม้จะอ้างเหตุอื่นเพิ่มเติมจากที่เคยอุทธรณ์ไว้ก็ตาม ถือว่าการยื่นฟ้องเกี่ยวกับการประเมินภาษีการค้า(นำเข้า) สำหรับชิ้นส่วนของรถยนต์ที่โจทก์สั่งเข้ามานั้น โจทก์ได้ดำเนินการตามประมวลรัษฎากรมาตรา 30(2) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง โจทก์เป็นเพียงผู้ประกอบการค้ารถยนต์เท่านั้น หาได้เป็นผู้ประกอบการค้าชิ้นส่วนของรถยนต์ไม่ เพราะโจทก์มิใช่ผู้ขายชิ้นส่วนรถยนต์ หากแก่เป็นเพียงผู้นำชิ้นส่วนของรถยนต์เ