คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่กำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนขัดต่อกฎหมายหรือไม่
การกำหนดราคาที่ดินที่ถูกเวนคืนตามความเป็นธรรมต้องถือตามประกาศราคาปานกลางของที่ดินในหน่วยที่ต้องถูกเวนคืนนั้นเอง และสภาพทำเลของที่ดิน ไม่สามารถนำราคาซื้อขายที่ดินใกล้เคียงซึ่งทำขึ้นโดยสมยอมเพื่อต่อรองเมื่อมีการเวนคืนมาพิจารณาประกอบได้
คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการขัดต่อกฎหมาย ศาลไม่บังคับตามคำชี้ขาดนั้น
ที่ดินของโจทก์ 11 แปลง เนื้อที่ 7 ไร่เศษ ถูกเวนคืนเพื่อโครงการชลประทานเขาแก้ว คณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์กำหนดค่าทดแทนไร่ละ 12,000 บาท แต่อนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้จ่ายไร่ละ 220,000 บาท โดยนำราคาซื้อขายที่ดินใกล้เคียงซึ่งสูงกว่าราคาจริงมาประกอบการพิจารณา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 427/2522นายนิพัทธ์ ศุภพันธ์โจทก์กรมชลประทานล. ป.วิ.พ. ม. 221 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 การกำหนดค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 มาตรา 14 กำหนดตามความเป็นธรรมในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาเวนคืน ต้องถือตามประกาศราคาปานกลางของที่ดินเพื่อเก็บภาษีบำรุงท้องที่กับสภาพและทำเลของทรัพย์สินมาประกอบกับ ราคาที่ดินใกล้เคียงทำสัญญาซื้อขายกันสูงกว่าราคาจริง โดยสมยอมเพื่อต่อรองเมื่อมีการเวนคืน อนุญาโตตุลาการนำมาอาศัยกำหนดราคาเวนคืน จึงขัดต่อกฎหมาย ศาลไม่บังคับตามคำชี้ขาดนั้นโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินหลายโฉนดต้องถูกเวนคืนเพื่อประโยชน์ในการชลประทานพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง ในการกำหนดค่าทดแทนโจทก์จำเลย ได้แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการของแต่ละฝ่ายขึ้นพิจารณา ซึ่งอนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่ายได้กำหนดให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนแก่โจทก์ แต่จำเลยปฏิเสธตามคำชี้ขาดนั้น โจทก์เห็นว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ขัดต่อกฎหมาย จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๔ คณะอนุญาโตตุลาการมิได้กระทำการโดยสุจริต เงินค่าทดแทนที่ชี้ขาดให้จำเลยชำระไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ทางราชการได้ประกาศเวนคืนที่ดินที่จะขุดคลองส่งน้ำตามโครงการชลประทานเขาแก้วของจำเลยในท้องที่อำเภอพยุหะคีรี เพื่อช่วยเหลือการเพาะปลูกของราษฎร ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๘๘ ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืน ๑๑ แปลงเนื้อที่ ๗ ไร