การออกเช็คโดยมิได้มีเจตนาให้เป็นการชำระหนี้ และลายมือชื่อไม่ตรงกับตัวอย่าง แม้เงินในบัญชีไม่พอจ่าย จะถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากก
เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์และจำเลยมิได้มีเจตนาให้เช็คพิพาทเป็นการชำระหนี้ การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497
การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497
จำเลยออกเช็คให้โจทก์เพื่อชำระค่าซื้อรถยนต์ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากลายมือชื่อไม่ตรงกับตัวอย่าง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1021/2522นายไพบูลย์ หิรัญมุทราภรณ์โจทก์นายมุยเซียง แซ่ตั้งล. พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 เมื่อโจทก์จำเลยมิได้มีเจตนาให้เช็คพิพาทเป็นการชำระหนี้ การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 แม้จะปรากฏว่าจำเลยมีเงินเหลือในบัญชีไม่พอจ่าย และจำเลยเซ็นชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทไม่ให้เหมือนลายเซ็นตัวอย่าง ก็หาทำให้การกระทำของจำเลยกลับเป็นความผิดไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยชำระค่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ โดยออกเช็คให้ ครั้นถึงวันที่ที่ลงในเช็ค โจทก์ไปขอรับเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะลายมือชื่อของจำเลยไม่เหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อคดีมีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน โดยศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า โจทก์จำเลยมิได้มีเจตนาให้เช็คพิพาทเป็นการชำระหนี้ ดังนี้ เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวการกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังฟ้อง ฉะนั้น แม้ข้อเท็จจริงปรากฏตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีเงินเหลือในบัญชีไม่พอจ่าย และจำเลยเซ็นชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทไม่ให้เหมือนลายเซ็นตัวอย่างงก็ตาม หาทำให้การกระทำของจำเลยกลับเป็นความผิดไม่ พิพากษายืน(อำนัคฆ์ คล้ายสังข์-วิถี ปานะบุตร-ไพบูลย์ เพียรรู้จบ)ศาลจังหวัดตรัง - นายปรี