ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการคำนวณและสิทธิในการได้รับค่าชดเชยและเงินบำเหน็จเมื่อมีการจ่ายตามระเบียบข้อบังคับของนายจ้างที่ทำงานเกิน 10 1/2 ปี
เมื่อจำเลยได้จ่ายค่าชดเชยและเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ตามระเบียบข้อบังคับข้อ 29.2 ไปครบถ้วนแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเอาค่าชดเชยซ้ำอีก
พิพากษายืน
โจทก์ทั้งหกทำงานให้จำเลยมานานเกินกว่า 24 ปี (หรือเกินกว่า 10 1/2 ปี) และจำเลยได้จ่ายเงินค่าชดเชยและเงินบำเหน็จให้โจทก์ทั้งหกตามระเบียบข้อบังคับข้อ 29.2 แล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4101/2536นาย พีระ พูลเกตุโจทก์บริษัท เอราวั ณ สิ่ง ทอ จำกัด ฯลฯจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 10ตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย ข้อ 29.2 ระบุว่า ลูกจ้างที่ทำงานครบ 101/2 ปีขึ้นไป ให้คิดบำเหน็จและค่าชดเชยตามข้อบังคับเรื่องเงินบำเหน็จค่าชดเชยและเงินทดแทนข้อ 1(2)ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2526 โจทก์ทั้งหกทำงานมานานเกินกว่า101/2 ปีขึ้นไป จึงอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องนำมาคำนวณได้แม้ข้อบังคับดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ลูกจ้างที่ทำงาน1 ปีขึ้นไป แต่ไม่ครบ 3 ปี จำเลยจ่ายค่าชดเชยต่ำกว่าประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46ก็ตาม ข้อบังคับในส่วนนี้ก็ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย และไม่ได้กระทบกระเทือนถึงสิทธิของโจทก์ทั้งหก เพราะโจทก์ทั้งหกทำงานมานานเกินกว่า 24 ปี สามารถคำนวณตามเกณฑ์ข้อบังคับการจ่ายเงินข้อ 29.2 ได้ เมื่อจำเลยจ่ายค่าชดเชยและเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ทั้งหกตามข้อบังคับข้อ 29.2 ไปครบถ้วนแล้ว โจทก์ทั้งหกจึงเรียกเอาค่าชดเชยซ้ำอีกไม่ได้คดีทั้งหกสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโจทก์ทั้งหกสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกเป็นลูกจ้างของจำเลยจำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากเกษียณอายุ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งหกจำเลยทั้งหกสำนวนให้การว่า จำเลยจ่ายเงินค่าชดเชยและเงินบำเหน็จให้โจทก์ทั้งหกรับไปแล้วเกินกว่าจำนวนเงินค่าชดเชยที่โจทก์แต่ละคนมีสิทธิได้รับตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องวันนัดพิจารณา โจทก์ทั้งหกและจำเลยแถลงรับกันว่า โจทก์ทั้งหกได้รับเงินหลังจากหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 3 ไปแล้ว การคำนวณเงินบำเหน็จและค่าชดเชยคู่ความถือปฏิบัติตามระเบ