ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2295/2522

ประเด็นกฎหมาย

การมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นฟ้องคดีแทนต้องปิดอากรแสตมป์หรือไม่ และคำฟ้องมาสู่ศาลโดยชอบหรือไม่

หลักกฎหมาย

การดำเนินกระบวนพิจารณาต่อศาลไม่จำเป็นต้องทำโดยตัวความหรือทนายความเสมอไป หากเป็นกิจการที่ไม่มีความสำคัญซึ่งโดยสภาพไม่จำเป็นต้องทำด้วยตนเอง ก็สามารถมอบให้ผู้อื่นทำแทนได้ การมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นฟ้องถือเป็นกิจการที่ไม่สำคัญ จึงมอบให้ผู้อื่นทำแทนได้ และใบมอบฉันทะดังกล่าวได้รับยกเว้นอากรแสตมป์ตามปร

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่าและเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขับไล่และชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยฎีกาในปัญหาว่าคำฟ้องมาสู่ศาลโดยชอบหรือไม่ เนื่องจากทนายความโจทก์มอบฉันทะให้นายพรรษาซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์ (นิติกรโท) มายื่นฟ้องในฐาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2295/2522องค์การสะพานปลาโจทก์นายสมัย เครือมาศล. ป.วิ.พ. ม. 64 ป.รัษฎากร ม. 7 (1) บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ทนายความมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นคำฟ้องคดีแทนได้ แม้ พ.เป็นลูกจ้างโจทก์มีตำแหน่งเป็นนิติกรโท แต่เมื่อใบมอบฉันทะระบุว่า พ.เป็นเสมียนทนาย พ.ก็มีฐานะเป็นเสมียนทนายได้ใบมอบอำนาจให้มายื่นคำฟ้องคดีแทนดังกล่าวจึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่า (ปั๊มน้ำมันและสถานที่สร้างปั๊มน้ำมัน)ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวเลิกการเช่าจากโจทก์ โจทก์ไม่เสียหาย หากเสียหายจริงก็ไม่เกินเดือนละ ๓๐๐ บาท ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าจากโจทก์แล้วโจทก์เสียหาย ๘ เดือนๆ ละ ๖๐๐ บาท ให้ขับไล่จำเลยและบริวารและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๔,๘๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะข้อ ๑ ที่ว่า คำฟ้องโจทก์มาสู่ศาลขั้นต้นเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนข้ออื่นๆ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์จึงไม่รับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า นอกจากอุทธรณ์ของจำเลยข้อ ๑ ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับไว้แล้วอุทธรณ์ข้อ ๒ (๑) ที่ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายด้วย จึงให้รับอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวไว้พิจารณา ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นๆ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ถึงที่