ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2772/2522

ประเด็นกฎหมาย

การได้รับชำระหนี้บางส่วนจากลูกหนี้ร่วมในคดีล้มละลายไม่ตัดสิทธิเจ้าหนี้ที่จะฟ้องลูกหนี้ร่วมอีกคนในส่วนที่ยังไม่ได้รับชำระ

หลักกฎหมาย

การที่โจทก์ได้รับชำระหนี้บางส่วนจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ร่วมในคดีล้มละลายภายหลังฟ้องคดีนี้แล้ว ไม่เป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกร้องในส่วนที่ยังไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยซึ่งต้องร่วมรับผิด เนื่องจากเป็นการได้รับชำระเพียงบางส่วน ไม่ครบถ้วน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระเงิน 123,894.60 บาท โดยหักเงินที่ได้รับชำระในคดีล้มละลายออกก่อน พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2516 จนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นหนี้ค่าซื้อของเชื่อโจทก์ นายมนตรีบุตรชายจำเลยออกเช็คชำระหนี้บางส่วนแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ฟ้องนายมนตรีในคดีล้มละลายและยื่นคำขอรับชำระหนี้ ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีนี้ ขอให้ชำระหนี้ค่าซื้อของเชื่อทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย หลังจากยื่นฟ้องแล้วโจทก์ได้รับชำระหนี้บางส่วนจากกองทรัพย์สินของนายม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2772/2522บริษัทบอรืเนียว (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายพิสุทธิ์ นิ่มกุลรัตน์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายเต็กมิ่น แซ่อื้อล. ป.พ.พ. ม. 194, ม. 453 ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 จำเลยเป็นหนี้ค่าซื้อของเชื่อโจทก์ ม.บุตรชายจำเลยได้ออกเช็คชำรหนี้ดังกล่าวบางส่วนจำเลยให้แก่โจทก์ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค โจทก์ฟ้อง ม.เป็นจำเลยในคดีล้มละลายในมูลหนี้ตามเช็คและได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไว้ ต่อมาโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ขอให้ชำระค่าซื้อของเชื่อนั้นทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย ปรากฏว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้ในคดีล้มละลายมาแล้วบางส่วนหลังจากที่ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว ดังนี้ แม้โจทก์จะได้รับชำระหนี้จำนวนดังกล่าวมาแล้วก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้รับชำระโดยครบถ้วน จึงไม่เป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกร้องในส่วนที่ยังไม่ได้รับขำระหนี้จากจำเลยซึ่งต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์อีกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ซื้อเชื่อสินค้ารวมเป็นเงิน ๑๓๘,๘๙๔.๖๐ บาท จำเลยได้ชำระค่าสินค้าให้โจทก์แล้ว ๑๕,๐๐๐ บาท คงค้างชำระ ๑๒๓,๘๙๔.๖๐ บาท จำเลยให้นายมนตรีบุตรชายออกเช็ค ๖ ฉบับ ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์เป็นการรับสภาพหนี้แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ๖ ฉบับ โจทก์ติดต่อทวงถามแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมรับหนังสือทวงถาม ขอให้จำเลยชำรเงิน ๑๒๓,๘๙๔.๖๐ บาท และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๖,๒๖๑.๑๕ บาท รวมเป็นเงิน ๑๔๐,๑๕๕.๗๕ บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับจากวันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ ไม่เคยให้นายมนตรีทำการค้าในนามจำเลยร่วมกับจำเลย ความจริงมีว่านับแต่วั