ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2522

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการลงโทษจำเลยฐานบุกรุกศาลเจ้า โดยโจทก์ฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าต้องบังคับตามกฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิด

หลักกฎหมาย

กฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้าข้อ 22 เป็นกฎหมายเฉพาะที่ใช้บังคับแก่การบุกรุกอสังหาริมทรัพย์สำหรับศาลเจ้า ซึ่งตราขึ้นก่อนประมวลกฎหมายอาญา และประมวลกฎหมายอาญาไม่ได้บัญญัติยกเลิกกฎเสนาบดีดังกล่าว การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาเป็นการอ้างกฎหมายผิด เป็นคนละเรื่องกับการอ้างฐานความผิด

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยกับภริยาได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยในศาลาโรงธรรมบ้านขมิ้น ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่บนที่ดินของกระทรวงมหาดไทย โดยศาลาโรงธรรมบ้านขมิ้นได้ขึ้นทะเบียนเป็นศาลเจ้าไว้แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 ให้จำคุก 6 เดือน และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2522พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายก๊กเช็ง แซ่เล้าล. ป.วิ.อ. ม. 192 วรรคแรก, ห้า ป.อ. ม. 362, ม. 364, ม. 365 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม. 5 กฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลจ้าว ม. 22โจทก์ฟ้องจำเลยฐานบุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยในศาลาโรงธรรมบ้านขมิ้นตั้งอยู่ที่ดินของกระทรวงมหาดไทย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364,365 ทางพิจารณาได้ความว่าศาลาโรงธรรมบ้านขมิ้นได้ขึ้นทะเบียนเป็นศาลเจ้าไว้แล้ว จึงต้องบังคับตามกฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้าข้อ 22 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะ จะลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญาอันเป็นกฎหมายทั่วไปที่ใช้บังคับภายหลังและมิได้บัญญัติยกเลิกกฎเสนาบดีดังกล่าวหาได้ไม่ ทั้งการที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าวเป็นการอ้างกฎหมายผิดเป็นคนละเรื่อง มิใช่เป็นการอ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคห้า ศาลจะลงโทษจำเลยตามกฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้าข้อ 22 มิได้ เพราะขัดต่อมาตรา 192 วรรคแรก จึงชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนางสมสมัยภริยาจำเลยได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยในศาลาโรงธรรมบ้านขมิ้นอันเป็นสำนักงาน ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ตั้งอยู่บนที่ดินของกระทรวงมหาดไทย เขตบางกอกน้อยได้รับมอบหมายให้ควบคุมดูแลรักษา ตามกฎเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๖๕ ว่าด้วยกุศลสถานและศาลเจ้า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒,๓๖๔,๓๖๕ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒,๓๖๕ ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า