การพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ต้องนำสืบหรือไม่
เขตควบคุมการแปรรูปไม้เป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบ แม้ประกาศในราชกิจฯ แล้วก็ตาม แต่เป็นเพียงข้อกำหนดทางราชการ หาใช่กฎหมายหรือความรู้ทั่วไปไม่
พิพากษายืนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องจำเลยทั้งสาม คืนไม้ของกลางแก่เจ้าของ
โจทก์ฟ้องจำเลยแปรรูปไม้หวงห้ามในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ แต่ไม่ได้นำสืบว่าสถานที่เกิดเหตุอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามประกาศกระทรวงเกษตร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2523พนักงานอัยการจังหวัดชุมพรโจทก์นายวาด ศรีทอง กับพวกล. พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 48 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ฯ ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 เขตควบคุมการแปรรูปไม้เป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบ ประกาศกระทรวงเกษตร เรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ แม้จะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ตาม แต่ประกาศดังกล่าวเป็นเพียงข้อกำหนดของทางราชการเท่านั้น หาใช่กฎหมายหรือเป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันทั่วไปไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจร่วมกันตั้งโรงงานแปรรูปไม้หวงห้าม ร่วมกันแปรรูปไม้ และมีไม้หวงห้ามแปรรูปแล้วไว้ในความครอบครอง ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓, ๗๔, ๗๔ ทวิ ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓, ๗๔ จำคุกหกเดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาท โทษจำคุกรอไว้สองปี ริบไม้โมกมัน ไม้เสียดด่าง ไม้พญาไม้ และไม้สมพงของกลาง ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และข้อหาอื่นของโจทก์เสีย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่นำสืบว่าที่เกิดเหตุอยู่ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ จึงถือไม่ได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งสามทราบว่าตำบลที่เกิดเหตุเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดตามฟ้อง และเป็นเหตุให้ลักษณะคดีพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ด้วย คืนไม้ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ และแปรรูปไม้หวงห้ามกับมีไ