ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2119/2523

ประเด็นกฎหมาย

การฟ้องนำของเข้าราชอาณาจักรและมีไว้ในครอบครองในคราวเดียวกัน โดยเป็นของกลางจำนวนเดียวกัน ไม่ถือว่าคำฟ้องขัดแย้งหรือเคลือบคลุม

หลักกฎหมาย

การฟ้องว่านำของเข้าราชอาณาจักรและมีไว้ในครอบครองในคราวเดียวกัน โดยเป็นของกลางจำนวนเดียวกันและเกิดวันเวลาสถานที่เดียวกัน ไม่ทำให้เข้าใจว่าขัดแย้งกัน จึงชอบด้วย ป.วิ.อ. ม. 158 (5) ปัญหาความผิดตามกฎหมายเฉพาะเป็นประเด็นวินิจฉัยเมื่อมีคำพิพากษา

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนศาลอุทธรณ์ (ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยนำไม้สักเข้ามาในราชอาณาจักรและมีไว้ในครอบครองในคราวเดียวกัน โดยเป็นไม้จำนวนเดียวกัน เกิดวันเวลาและสถานที่เดียวกัน เจ้าพนักงานยึดของกลางจำนวนเดียวกัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2119/2523พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอดโจทก์บริษัทกรุงเทพมหานครไทยเจริญ จำกัด กับพวกล. พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2482 พ.ร.บ.ป่าไม้ ป.วิ.อ. ม. 158 (5)โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวโดยสรุปถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิดคือ นำไม้สักของกลางเข้ามาในราชอาณาจักร และระหว่างวันเวลาเดียวกันร่วมกันมีไม้ของกลางจำนวนเดียวกันนั้นไว้ในครอบครองเป็นความผิด ทั้งนี้การกระทำของจำเลยกับพวกทั้งสองประการดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างวันเวลาและสถานที่เดียวกัน เจ้าพนักงานยึดได้ไม้จำนวนเดียวกันเป็นของกลาง ดังนี้ ย่อมเข้าใจได้ว่าในส่วนที่เกี่ยวกับไม้ของกลางที่มีอยู่จำนวนเดียวนั้น โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกับพวกร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นความผิดและมีไว้ในครอบครองเป็นความผิดด้วยไม่ทำให้เข้าใจไปว่าไม้ของกลางที่มีอยู่จำนวนเดียวเป็นไม้ที่จำเลยกับพวกนำเข้ามาในราชอาณาจักรและมิได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรในคราวเดียวกันอันเป็นการขัดแย้งกันแต่อย่างใด ส่วนปัญหาที่ว่าจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ หรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่จะต้องวินิจฉัยเมื่อมีคำพิพากษา หาทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ หากเป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้วโจทก์ฟ้องว่าเมื่อระหว่างต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ถึงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันกระทำผิดนำไม้สักท่อนจากสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่าเข้ามาในราชอาณาจักร จำนวน ๗๒๐ ท่อน ปริมาตรา ๙๖๑ ลูกบาศก์เมตรา ราคา ๗,๕๓๖,๐๗๐ บาท คิดเป็นอากรขาเข้า ๗๕,๖๓๐ บาท ๗๐ สตางค์ ภาษีการค