ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2406/2523

ประเด็นกฎหมาย

การเข้ายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติก่อนกฎกระทรวงกำหนดพื้นที่เป็นป่าสงวนฯ มีผลใช้บังคับ ถือเป็นความผิดหรือไม่

หลักกฎหมาย

การเข้ายึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินก่อนกฎกระทรวงกำหนดพื้นที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติมีผลใช้บังคับ ไม่ถือเป็นความผิด ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องเองได้แม้จำเลยไม่ฎีกาประเด็นนี้ โดยอาศัย ป.วิ.อ. มาตรา 185 และ 225

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเข้ายึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินเนื้อที่ 20 ไร่ เมื่อปี พ.ศ. 2515 ซึ่งก่อนที่กฎกระทรวงฉบับที่ 558 (พ.ศ. 2516) จะกำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติมีผลใช้บังคับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2406/2523พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานีโจทก์นายเสาร์ ลีลาล. พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม. 14, ม. 31 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ฯ ป.อ. ม. 2 ป.วิ.อ. ม. 185, ม. 225จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์ที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติก่อนกฎกระทรวงกำหนดให้ที่เกิดเหตุเป็นป่าสงวนแห่งชาติใช้บังคับ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด แม้จำเลยจะไม่ฎีกาข้อนี้ขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่จำนวน ๔๒ ไร่ และตัดฟัน ถางต้นไม้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ไม้ชนิดต่างๆ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๔, ๓๑ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๕๘ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๑๖ ให้จำเลยและบริวารออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ และว่าจำเลยครอบครองที่เกิดเหตุประมาณ ๒๐ ไร่ โดยผู้บุกเบิกที่ดินนี้มาก่อนยกให้จำเลยทำกินเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเข้ายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่จำนวน ๒๐ ไร่ พยานหลักบานไม่พอฟังว่าจำเลยตัดฟันต้นไม้อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ไม้ในป่าตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๑๔, ๓๑ วรรคแรก กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๕๘ (พ.ศ. ๒๕๑๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๑๖ จำคุก ๖ เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๓ เดือน ให้จำเลยและบริวารออกจากป่าสงวนตามฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริง จำเลยเข้ายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ ๔๒ ไร่ พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวน