ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2954/2523

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการสิ้นสุดการครอบครองที่ดินมือเปล่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377 และอำนาจฟ้องของโจทก์

หลักกฎหมาย

การครอบครองสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377 วรรคแรก เมื่อผู้ครอบครองไม่ได้เข้ายึดถือและผู้อื่นเข้าครอบครองแทน และการที่ผู้ครอบครองยอมออกจากที่ดินโดยเชื่อคำบอกกล่าวของเจ้าพนักงานเป็นเวลา 10 ปีเศษ ไม่ถือเป็นเหตุชั่วคราวตามวรรคสองที่ขัดขวางการสิ้นสุดการครอบครอง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า โจทก์ไม่ได้เข้ายึดถือครอบครองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506-2507 ถึงปัจจุบัน และจำเลยเข้าครอบครองปลูกผักมา 8-9 ปี โจทก์ยอมออกจากที่ดินโดยเชื่อคำบอกกล่าวของเจ้าพนักงานว่าเป็นที่สาธารณะเป็นเวลา 10 ปีเศษ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2954/2523นายแวว บุญมีโจทก์นายผุย ไกรแจ่ม กับพวกล. ป.พ.พ. ม. 1377 วรรคแรก ป.วิ.พ. ม. 104, ม. 172 กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า โจทก์ไม่ได้เข้ายึดถือครอบครองที่พิพาทตั้งแต่ระหว่างปี พ.ศ. 2506 - 2507 ถึงปัจจุบัน และฝ่ายจำเลยบางคนเข้าไปยึดถือครอบครองปลูกผักมา 8 - 9 ปีแล้ว เช่นนี้ การครอบครองของโจทก์ย่อมสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377 วรรคแรก โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ การที่โจทก์ยอมออกจากที่พิพาทโดยเชื่อคำบอกล่าวของเจ้าพนักงานว่าเป็นที่สาธารณะตั้งแต่ก่อนฟ้องคดีนี้เป็นเวลาถึง 10 ปีเศษ ถือไม่ได้ว่ามีเหตุอันมีสภาพเป็นเหตุชั่วคราวมาขัดขวางการครอบครองยึดถือทรัพย์สินของโจทก์ ตามมาตรา 1377 วรรคสอง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า กรณีนี้ต้องนำกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จมาใช้บังคับนั้น โจทก์มิได้ตั้งประเด็นมาให้คำฟ้องว่าที่พิพาทเป็นที่บ้าน ที่สวนตามกฎหมายดังกล่าว กรณีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึงว่าที่พิพาทเป็นที่บ้านที่สวนอันจะอยู่ในบังคับของกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จหรือไม่โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมือเปล่า ๑ แปลง โจทก์ได้มาโดยซื้อจากนายวันเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ แล้วยึดถือครอบครองตลอดมา โดยทำเป็นที่นา ที่สวน และขุดบ่อเลี้ยงปลา ครั้นถึงระหว่าง พ.ศ. ๒๕๐๖ - ๒๕๐๗ นายปุ่นปลัดอำเภอตรีอำเภอเมืองขอนแก่น นายบุรินทร์ พนักงานที่ดินอำเภอตรี อำเภอเมืองขอนแก่น ได้บังคับขู่เข็ญหลอกลวงโจทก์ให้ออกจากที่ดินแปลงนี้ อ้างว่าเป็นที่ดินสาธารณะ พร้อมบังคับให้โจทก์คืน ส.ค.๑ เลขที่ ๒๓๕ ซึ่งโจทก์แจ้งไว้ มิฉะนั้นจะจับกุมไปลงโทษ โจทก์กลับจึงออกจากที่ดิน นายจ่อย นายมา นายเจียม ได้เข้าทำประโยช