ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4797/2536

ประเด็นกฎหมาย

พนักงานรัฐวิสาหกิจที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุตามระเบียบฯ มีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่ โดยไม่ขึ้นอยู่กับการใช้บังคับประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103

หลักกฎหมาย

แม้รัฐวิสาหกิจจะไม่ต้องปฏิบัติตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ทำให้ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน แต่ตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ข้อ 45 กำหนดให้รัฐวิสาหกิจต้องจ่ายค่าชดเชยให้พนักงานที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผิดข้อ 46

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 31,560 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นพนักงานบริษัทขนส่งจำกัดซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ถูกเลิกจ้างโดยอ้างว่ากระทำความผิด แต่ศาลพิจารณาว่าไม่ผิดระเบียบฯ โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ข้อ 45 แทนประกาศคุ้มครองแรงงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4797/2536นาย บุญ ธรรม ผิว ผ่อง กับพวกโจทก์บริษัท ขนส่ง จำกัดจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 พ.ร.บ.พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 ม. 11บริษัทจำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ อันเป็นกิจการที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515ไม่ใช้บังคับ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดกิจการที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 ไม่ใช้บังคับ ข้อ 2 อันเป็นผลให้โจทก์ซึ่งเป็นพนักงานไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน แต่ตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2534ข้อ 45 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534ได้กำหนดให้รัฐวิสาหกิจจ่ายค่าชดเชย ให้ แก่ พนักงาน ซึ่งเลิกจ้างโจทก์ทำงานมาแล้วประมาณ6 ปี จำเลยเลิกจ้าง จำเลยจึงต้องจ่าย ค่าชดเชย แก่โจทก์ ตามระเบียบดังกล่าวคดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1และที่ 2โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2516 และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2529 โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างจำเลยครั้งสุดท้ายได้รับค่าจ้างเดือนละ 8,290 บาท และ 5,260 บาทตามลำดับ ต่อมาวันที่ 23 กรกฎาคม 2535 จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยไม่มีความผิดเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์ทั้งสองเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนเดิมและจ่ายค่าเสียหายให้กับโจทก์ทั้งสองเท่ากับอัตราค่าจ้างนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจำเลยรับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานหรือจ่ายค่าเสียหายจากการเ