ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2524

ประเด็นกฎหมาย

การประทับตราและทำบัญชีอนุญาตชักลากไม้ถือเป็นกรรมเดียวกันหรือไม่ และการเพิ่มโทษโดยศาลอุทธรณ์โดยไม่มีคำร้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

การประทับตราและทำบัญชีเป็นขั้นตอนต่อเนื่องกันจึงถือเป็นกรรมเดียวกัน แม้ขั้นตอนจะต่างกันก็ไม่แยกเป็นสองกรรม การเพิ่มโทษจำเลยโดยศาลอุทธรณ์โดยไม่มีคำร้องขอให้ลงโทษหนักขึ้นเป็นการเพิ่มโทษไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มา 212

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับแก้เป็นให้จำคุกจำเลย 5 ปี โดยถือว่าการประทับตราและทำบัญชีเป็นกรรมเดียวกัน และการเพิ่มโทษของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มา 212

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ประทับตราอนุญาตชักลากไม้โดยมิชอบและทำบัญชีเป็นเท็จ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานทำไม้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นกรรมเดียวกันและเพิ่มโทษเป็น 10 ปี โดยไม่มีคำร้องขอให้ลงโทษหนักขึ้น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2524พนักงานอัยการจังหวัดลำพูนโจทก์นายสว่าง สุวรรณราช กับพวกล. ป.อ. ม. 90, ม. 91, ม. 160, ม. 162 ป.วิ.อ. ม. 212 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ตามระเบียบการตรวจวัดประทับตราอนุญาตชักลากไม้ และตามคำสั่งของป่าไม้เขตที่ให้จำเลยออกไปตรวจวัดประทับตราอนุญาตชักลากไม้ จำเลยจะต้องทำบัญชีอนุญาตชักลากไม้ด้วย ดังนั้น การที่จำเลยทำบัญชีอนุญาตชักลากไม้เป็นเท็จก็เพื่อให้การประทับตราอนุญาตชักลากไม้ไม่ถูกต้อง ตามระเบียบเสร็จสิ้นไปโดยบริบูรณ์ การทำบัญชีอนุญาตชักลากไม้เป็นเท็จกับการประทับตราอนุญาตชักลากไม้ไม่ถูกต้องตามระเบียบจึงเป็นกรรมเดียวกันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้ขั้นตอนที่จะต้องกระทำ จำเลยต้องประทับตราอนุญาตชักลากไม้ก่อนแล้วจึงทำบัญชีอนุญาตชักลากก็หาทำให้การกระทำของจำเลยเป็นสองกรรมต่างกันไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 160, 162 แต่ละกรรมเป็นความผิดตามมาตรา 157 ด้วย ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักทั้งสองกระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี ข้อหาทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติด้วย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยตามมาตรา 160, 162 เป็นความผิดกรรมเดียวกัน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 160, 162 และ 157 ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 10 ปี ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยหนักขึ้น การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงเดียว 10 ปี เป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน คือตัดฟันไม้หวงห้ามโดนไม่ได้รับอนุญาต ปร