ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2524
ประเด็นกฎหมาย
สัญญาทรัสต์รีซีทเป็นเพียงวิธีการผ่อนปรนให้ลูกหนี้ขายสินค้าเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิต มิได้ทำให้หนี้เดิมระงับสิ้นไป และผู้ลงนามในสั
หลักกฎหมาย
การทำสัญญาทรัสต์รีซีทเป็นเพียงวิธีการผ่อนปรนของเจ้าหนี้ให้ลูกหนี้มีโอกาสนำสินค้าออกจากท่าเรือไปขายเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิต สัญญาทรัสต์รีซีทเป็นสัญญาซึ่งต่อเนื่องกับสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิต มิได้ทำให้หนี้ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตระงับสิ้นไปได้ในตัว และเมื่อจำเลยแสดงเจตนาว่า 'ค้ำปร
คำวินิจฉัย
1. สัญญาทรัสต์รีซีทมิได้ทำให้หนี้ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตระงับสิ้นไป โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิต 2. จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญาทรัสต์รีซีท 3. ลดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์จาก ๒๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๑๐,๐๐๐ บาท และให้ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาอีก ๑๐,๐๐๐ บาท
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยที่ ๑ ขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตต่อธนาคารโจทก์เพื่อสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เมื่อสินค้ามาถึงท่าเรือแต่จำเลยไม่มีเงินชำระ จำเลยที่ ๑ จึงทำสัญญาทรัสต์รีซีทกับโจทก์เพื่อขอรับเอกสารการส่งสินค้าไปขายและนำเงินมาชำระหนี้ โดยจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เข้าค้ำประกันการชำระหนี้ตามสัญญาทรัสต์รีซีท
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2524ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ฯโจทก์บริษัทพรปิยะเทรดดิ้ง จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 194, ม. 349, ม. 680 ป.วิ.พ. ม. 46, ม. 172, ม. 177, ตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พจำเลยขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตต่อธนาคารโจทก์เพื่อส่งสินค้าจากผู้ขายในต่างประเทศ โจทก์เปิดให้ตามคำขอ ผู้ขายส่งสินค้ามาให้ โจทก์ชำระราคาสินค้าให้แก่ผู้ขายไปแล้ว เมื่อสินค้ามาถึงโจทก์แจ้งให้จำเลยทราบเพื่อให้นำเงินมาชำระหนี้ จำเลยไม่มีเงินพอ และตามข้อตกลงในการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตสินค้าตกอยู่ในความยึดถือของโจทก์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ จำเลยจึงทำสัญญาทรัสต์รีซีทไว้แก่โจทก์เพื่อขอรับเอาเอกสารการส่งสินค้าไปเอาสินค้าออกจากท่าเรือแล้วนำสินค้าไปจำหน่ายและนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ดังนี้การทำสัญญาทรัสต์รีซีทเป็นเพียงวิธีการผ่อนปรนของเจ้าหนี้ให้ลูกหนี้มีโอกาสนำสินค้าที่สั่งซื้อมาด้วยการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตออกจากท่าเรือไปขายเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตเท่านั้น สัญญาทรัสต์รีซีทเป็นสัญญาซึ่งต่อเนื่องกับสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิต มิได้ทำให้หนี้ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตระงับสิ้นไปได้ในตัว จำเลยได้รับสำเนาสัญญาทรัสต์รีซีทท้ายฟ้องพร้อมคำแปลถ้าเห็นว่าโจทก์แปลคำว่า "การันตี" ว่า "ค้ำประกัน" ไม่ถูกต้อง จำเลยจะต้องปฏิเสธความถูกต้องแห่งคำแปลนี้น เมื่อตามคำให้การของจำเลยมิได้กล่าวอ้างว่าโจทก์แปลผิด ก็ไม่น่าเชื่อว่าคำแปลที่ถูกต้องจะไม่ใช่ "ค้ำประกัน" เมื่อจำเลยแสดงเจตนาไว้ในสัญญาว่า "ค้ำประกัน" ผู้ค้ำประกันจะมีหน้าที่อย่างใดต่อเจ้าหนี้ย่อมทราบได้จากบทนิยามของคำว่า "ค้ำประกัน" ในมาตรา 680 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้กล่าวไว้ให้ชัดลงไปว่ายอมผูกพันต