ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119 - 1120/2524

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างพนักงานรัฐวิสาหกิจเนื่องจากขาดสัญชาติไทยถือเป็นการเลิกจ้างที่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ และการเรียกดอกเบี้ยเริ่มนับเมื่อใด

หลักกฎหมาย

การที่นายจ้างเป็นรัฐวิสาหกิจแสวงกำไรต้องปฏิบัติตามประกาศคุ้มครองแรงงาน การสั่งให้ลูกจ้างพ้นจากงานเนื่องจากขาดคุณสมบัติเช่นสัญชาติไทยถือเป็นการเลิกจ้างที่ต้องจ่ายค่าชดเชย เมื่อไม่จ่ายถือว่าผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้างโดยมิพักต้องทวงถาม จึงต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 และใช้ อายุความ 10 ปีตาม ป.พ.พ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลย (รัฐวิสาหกิจ) จ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างประจำรัฐวิสาหกิจที่แสวงกำไร ถูกเลิกจ้างเนื่องจากไม่มีสัญชาติไทยตามข้อบังคับภายใน จำเลยปฏิเสธจ่ายค่าชดเชยโดยอ้างว่าไม่ใช่การเลิกจ้างและได้รับยกเว้นการบังคับใช้ประกาศคุ้มครองแรงงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119 - 1120/2524นายมิสวา นาทซิงห์ กับพวกโจทก์กระทรวงการคลัง กับพวกจำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม. 1, ป.พ.พ. ม. 164, ม. 165, ม. 224ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 46 และ 47 ไม่มีข้อความยกเว้นไว้เป็นกรณีพิเศษมิให้ถือว่าการที่พนักงานรัฐวิสาหกิจต้องออกจากงาน เพราะเหตุม่มีสัญชาติไทยอันเป็นการขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับหรือระเบียบมิใช่เป็นการเลิกจ้าง เมื่อนายจ้างสั่งให้ลูกจ้างพ้นจากสภาพความเป็นลูกจ้างเพราะเหตุดังกล่าว จึงต้องถือว่าเป็นการเลิกจ้างอันจะต้องจ่ายค่าชดเชย จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงกำไรจึงมิใช่กิจการทีได้รับยกเว้นมิให้ใช้บังคับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ค่าชดเชยเป็นสิทธิของลูกจ้างที่จะได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานเมื่อกฎหมายมิได้กำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องใช้อายุความตามหลักทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 คือ มีกำหนด 10 ปี ค่าชดเชยเป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายเมื่อเลิกจ้างเมื่อไม่จ่ายต้องถือว่าผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้างโดยมิพักต้องทวงถาม และค่าชดเชยเป็นหนี้เงินเมื่อผิดนัดจึงต้องเสียดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224โจทก์แต่ละสำนวนฟ้องทำนองเดียวกันว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยแต่ละสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่มีสัญชาติไทยจึงต้องพ้นจากตำแหน่ง ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ซึ่