ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2594/2524

ประเด็นกฎหมาย

การอ้างข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่ปรากฏในสำนวนและไม่ได้ยกขึ้นในศาลชั้นต้นมาพิสูจน์ความจำเป็นในชั้นฎีกา เป็นเรื่องต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

การพิจารณาความจำเป็นต้องยึดข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนและได้ยกขึ้นในศาลชั้นต้น หากนำข้อเท็จจริงใหม่ที่ยังไม่ปรากฏในสำนวนมาอ้างในชั้นฎีกา ข้อกฎหมายนั้นต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. ม. 195 ประกอบ ม. 225

คำวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 1

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยถูกฟ้องปิดกั้นทางน้ำสาธารณะโดยอ้างความจำเป็นเพื่อใช้บริโภค แต่ในชั้นฎีกานำข้อเท็จจริงใหม่มาอ้างว่าเพื่อใช้ในกิจการเหมืองแร่โดยตรง ซึ่งไม่ปรากฏในสำนวนและไม่ได้ยกขึ้นในศาลชั้นต้น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2594/2524พนักงานอัยการประจำศาลแขวงราชบุรีโจทก์นายสี วรรณเทวี กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 225 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 จำเลยทั้งสองถูกฟ้องว่ากระทำการปิดกั้นและทดน้ำในลำน้ำอันเป็นการทำให้เสื่อมประโยชน์แก่ทางน้ำสาธารณะ จำเลยทั้งสอง ให้การและนำสืบทำนองเดียวกันว่าได้กระทำด้วยความจำเป็นเพื่อให้จำเลยและคนงานมีน้ำกินน้ำใช้ เช่นนี้ การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาข้อกฎหมายอ้างว่ากระทำไปด้วยความจำเป็น. โดยยกข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวว่าเพื่อนำน้ำเข้าใช้ในกิจการเหมืองแร่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวนและมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ในศาลชั้นต้น ฎีกาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 1 จึงต้องห้ามตามกฎหมายโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๒๒ ถึงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำการปิดกั้นและทดน้ำในลำน้ำห้วยเจดีย์อันเป็นการทำให้เสื่อมประโยชน์แก่ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแร่ ฯลฯ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ อ้างว่าบริษัทสินแร่สยามซึ่งทำเหมืองแร่อยู่เหนือน้ำของเหมืองแร่จำเลยที่ ๑ กลั่นแกล้งปิดน้ำในลำห้วย ทำให้จำเลยและคนงานในเหมืองของจำเลยไม่มีน้ำกินน้ำใช้จึงต้องไปปิดกั้นอีกลำห้วยหนึ่งมาใช้ด้วยความจำเป็น ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดโดยมิใช่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ จำเลยทำการปิดกั้นทางน้ำสาธารณะเพียงเพื่อความสะดวกสบายในการนำน้ำมาใช้บริโภคเท่านั้นฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดด้วยความจำเป็น พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติแร่ ฯลฯ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาข้อก