ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2524

ประเด็นกฎหมาย

การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อไว้ใช้เองโดยไม่ได้มีเจตนาค้า หากขายเพราะจำเป็นต้องใช้หนี้ ไม่ถือเป็นการขายเป็นทางค้าหรือหากำไร

หลักกฎหมาย

การขายอสังหาริมทรัพย์จะถือเป็นทางการค้าหรือหากำไรต้องพิจารณาเจตนาและพฤติการณ์เป็นสำคัญ หากผู้ขายซื้อมาเพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตัวและขายไปเพราะเหตุจำเป็น มิได้มีเจตนาค้าหากำไรตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องเสียภาษีการค้า

คำวินิจฉัย

โจทก์ขายที่ดินและตึกแถวรายนี้ไม่เป็นทางค้าหรือหากำไร โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าอันดับ 11

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวหนึ่งแปลงเมื่อ พ.ศ. 2510 ใช้เป็นที่เก็บสินค้าของตนเองตลอดมา ต่อมาใน พ.ศ. 2519 โจทก์มีหนี้สินมากจึงขายที่ดินดังกล่าวไปในราคา 6,650,000 บาท สูงกว่าราคาที่ซื้อมา 4,150,000 บาท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2524นายถวัลย์ พงษ์พฤทธโกศโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 77 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 โจทก์ซื้อที่ดินไว้เพียงหนึ่งแปลงพร้อมตึกแถวเมื่อ พ.ศ.2510 แล้วใช้เป็นที่เก็บสินค้าของโจทก์ตลอดมาแสดงว่าโจทก์ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการซื้อที่ดินและตึกแถวนี้ไว้เพื่อขายหากำไรเป็นสำคัญมาแต่เดิม ที่โจทก์ต้องขายที่ดินและตึกแถวดังกล่าวไปใน พ.ศ.2519 ก็เพราะโจทก์มีหนี้สินอยู่มาก จำเป็นต้องขายเพื่อเอาเงินมาชำระหนี้และแม้โจทก์จะขายได้ราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อมาเป็นจำนวนมากก็เป็นไปตามปกติของราคาที่ดินที่สูงขึ้นตามกาลเวลาหาใช่มีลักษณะเป็นทางค้าหรือหากำไรไม่ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าที่ดินและตึกแถวดังกล่าว โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้า อันดับ 11โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินหนึ่งแปลงพร้อมด้วยตึกแถวมาตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๑๐ ต่อมาได้ขายไปเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ โจทก์มิได้มุ่งหวังในทางการค้าหรือหากำไรแต่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าพร้อมทั้งเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว คณะกรรมการให้ยกอุทธรณ์ จึงขอให้เพิกถอนการประเมินและให้ยกคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์ซื้อที่ดินไว้โดยเจตนาเพื่อการค้าและหากำไร โจทก์มิได้เป็นที่อยู่อาศัย แต่นำไปประกอบกิจการค้าโดยใช้เป็นสถานที่เก็บสินค้า และต่อมาขายไปได้กำไรเป็นจำนวนมากจึงเป็นการค้าเพื่อหากำไร โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าข้อ ๑๑ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามแบบแ