การตีความพิกัดอัตราศุลกากรของเครื่องล้างหัวเทปวีดีโอว่าจัดอยู่ในประเภทใด
เครื่องล้างหัวเทปวีดีโอเป็นสินค้าสำเร็จรูปที่มีผ้าเป็นส่วนประกอบเพียงเล็กน้อย ไม่เข้าพิกัดประเภทที่ 59.17 (ผ้าหรือของทำด้วยวัตถุทอที่ใช้กับเครื่องกลจักร) และไม่เข้าพิกัดประเภทที่ 62.05 (วัตถุทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป) แต่ใกล้เคียงกับประเภทที่ 92.13 ตามหลักเกณฑ์การตีความข้อที่ 5
การประเมินอากรขาเข้าของจำเลยไม่ชอบ ให้เพิกถอนการประเมินเฉพาะอากรขาเข้าเพิ่ม และให้จำเลยคืนเงินอากรขาเข้าจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
โจทก์นำเข้าเครื่องล้างหัวเทปวีดีโอจากสหรัฐอเมริกา ยื่นใบขนสินค้าในพิกัดประเภทที่ 59.17 อัตราร้อยละ 30 แต่เจ้าหน้าที่ตรวจปล่อยอ้างว่าต้องเสียภาษีในพิกัดประเภทที่ 62.05 อัตราร้อยละ 100 โจทก์วางประกันและรับสินค้าไป ต่อมาจำเลยประเมินภาษีเพิ่ม โจทก์ชำระภายใต้การข่มขู่เพื่อนำของออกจากอารักขา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5542/2536บริษัท โอเรียเต็ล อีเล็กเทรด ( ประเทศ ไทย ) จำกัดโจทก์กรมศุลกากรจำเลย พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 , ม. ประเภท ที่ 59.17, ม. ประเภท ที่ 59.17, ม. ประเภท ที่ 92.13เครื่องล้างหัวเทปวีดีโอเป็นสินค้าสำเร็จรูปอย่างหนึ่งประกอบด้วยตัวกล่องที่ทำด้วยพลาสติก คงมีเฉพาะส่วนที่สำหรับขัดถูหัวเทปที่มีลักษณะเป็นผ้าและเครื่องดังกล่าวใช้สำหรับเครื่องวีดีโอเท่านั้น จึงมิใช่สินค้าตามพิกัดประเภทที่ 59.17 เพราะมิใช่เป็นผ้าหรือของที่ทำด้วยวัตถุทอและมิใช่ชนิดที่ตามธรรมดาใช้กับเครื่องกลจักรหรือใช้ในโรงงาน อีกทั้งมิใช่สินค้าตามพิกัดประเภทที่ 62.05 ซึ่งได้แก่วัตถุทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปตามหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากรข้อที่ 5ถือได้ว่าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ใกล้เคียงกับประเภทพิกัดที่ 62.13โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้ออุปกรณ์เครื่องล้างหัวเทปวีดีโอจากประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาในราชอาณาจักร 2 รายการโจทก์ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าโดยใช้ราคาสินค้าเท่าที่โจทก์ซื้อมาดังกล่าวนี้เป็นเกณฑ์คำนวณเสียภาษี และกรอกรายการในใบขนสินค้ายื่นต่อพนักงานกรมศุลกากรในประเภทพิกัดที่ 59.03 อัตราอากรร้อยละ 30ของราคาสินค้า (ที่ถูกต้องเป็นประเภทพิกัดที่ 59.17 อัตราอากรร้อยละ 30 ของราคาสินค้า) รวมเป็นเงินค่าภาษีอากรค่าธรรมเนียมพิเศษซึ่งถือเป็นเงินอากรด้วยรวมทั้งสิ้น 48,151.04 บาทพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยตรวจสอบใบขนสินค้าของโจทก์และได้เรียกเงินค่าภาษีอากรจากโจทก์ตามจำนวนที่กล่าวต่อมาเมื่อโจทก์นำใบขนสินค้าขาเข้าซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรับรองและเรียกเก็บเงินค่าภาษีอากรไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่กองตรวจสินค้าขาเข้า เพื่อรับรองตรวจปล่อยของออกจากอารั