ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2525

ประเด็นกฎหมาย

การกล่าวข้อความหมิ่นประมาทในการหาเสียงเลือกตั้ง โดยมีเหตุอันควรเชื่อโดยสุจริตว่าผู้เสียหายทุจริต และเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมหรือป้องกันส่วนได้เสียต

หลักกฎหมาย

การแสดงข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชน ย่อมกระทำได้ตาม ป.อ. มาตรา 329 (3) และการป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมตามมาตรา 329 (1) เป็นข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยและนายบรรเทิงสมัครสอบเข้าทำงาน นายบรรเทิงสอบได้ จำเลยสอบไม่ได้ ต่อมานายบรรเทิงถูกผู้เสียหายสั่งให้ออกจากงาน บิดานายบรรเทิงร้องเรียนว่าผู้เสียหายเรียกรับเงิน 15,000 บาทเพื่อช่วยให้สอบได้ ต่อมาผู้เสียหายคืนเงินและบิดาถอนคำร้อง จำเลยจึงเชื่อโดยสุจริตว่าผู้เสียหายทุจริต และกล่าวข้อความดังกล่าวในการ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2525พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามโจทก์นายทวี อุฑาทิพย์จำเลย ป.อ. ม. 329 (1), เมื่อมีพฤติการณ์ที่ทำให้จำเลยเชื่อโดยสุจริตใจว่า ผู้เสียหายทุจริตในขณะเป็นกรรมการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ จำเลยจึงกล่าวข้อความเช่นนั้นในขณะพูดหาเสียงให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลซึ่งผู้เสียหายเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย จึงเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) และเนื่องจากจำเลยเป็นผู้สมัครสอบในครั้งนั้นด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตามมาตรา 329 (1) อีกด้วยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้หมิ่นประมาทนายเกียรติผู้เสียหายด้วยการโฆษณาโดยใช้เครื่องกระจายเสียง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ลงโทษปรับ ๖๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยและนายบรรเทิง สมัครสอบเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลเมืองมหาสารคาม นายบรรเทิงสอบได้จำเลยสอบไม่ได้ หลังจากนายบรรเทิงเข้าทำงานได้ประมาณ ๒เดือนก็ถูกนายเกียรติผู้เสียหายในฐานะนายกเทศมนตรีสั่งให้ออกจากงานฐานละทิ้งหน้าที่ราชการ นายคำบิดาของนายบรรเทิงมีหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ในการสอบเข้าทำงานนายคำได้ให้เงินผู้เสียหาย ๑๕,๐๐๐ บาทตามคำเรียกร้องเพื่อช่วยให้นายบรรเทิงสอบได้ เมื่อนายบรรเทิงถูกผู้เสียหายสั่งให้ออกจากงานโดยไม่มีเหตุอันสมควรจึงขอเงินคืน แต่ผู้เสียหายไม่ให้ ต่อมาผู้เสียหา