ที่ปรึกษากฎหมายมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งหัวหน้ากองแรกรับอนุญาตให้เข้าพบเยาวชนที่ถูกควบคุมตัวก่อนถูกฟ้องต่อศาลหรือไม่
การขอเข้าพบเยาวชนที่ถูกควบคุมตัวในกองแรกรับเป็นเรื่องธุรการที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของกองแรกรับ หากไม่พอใจให้ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาชั้นสูงขึ้นไป ไม่ใช่เรื่องที่ศาลจะมีอำนาจสั่งก่อนมีการฟ้องคดีต่อศาล แม้รัฐธรรมนูญจะเป็นกฎหมายแม่บท แต่ศาลจะมีอำนาจสั่งการใด ๆ ก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายเฉพาะเรื่องที่เกี่ยว
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องเป็นทนายความยื่นคำร้องต่อหัวหน้ากองแรกรับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเพื่อขอเข้าพบเยาวชนที่ถูกควบคุมตัว แต่หัวหน้ากองแรกรับไม่อนุญาต ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งอนุญาตให้เข้าพบ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 640/2525นายชำนาญ พิเชษฐ์พันธ์ผู้ร้อง ป.วิ.อ. ม. 8 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม. 16 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม. 5, ม. 7, ม. 9, ม. 13 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 ผู้ร้องซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายยื่นคำร้องต่อหัวหน้ากองแรกรับ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเพื่อเข้าพบเยาวชนซึ่งถูกควบคุมตัว ณ กองแรกรับ หัวหน้ากองแรกรับจะอนุญาตหรือไม่ เป็นเรื่องธุรการซึ่งต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกองแรกรับ หากผู้ร้องไม่พอใจคำสั่งดังกล่าว ก็ชอบที่จะร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาชั้นสูงขึ้นไป หามีสิทธิที่จะยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งหัวหน้ากองแรกรับอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าพบลูกความตามที่ต้องการไม่ ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางจะมีอำนาจสั่งได้เมื่อเยาวชนนั้นถูกฟ้องต่อศาลแล้ว กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บทเป็นหลักในการปกครอง ศาลจะมีอำนาจสั่งการใด ๆ ก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายเฉพาะเรื่องผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นทนายความ ได้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้ากองแรกรับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลาง เพื่อขอเข้าพบนายชูศักดิ์เยาวชนซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่กองแรกรับหัวหน้ากองแรกรับไม่อนุญาตให้พบอันเป็นการขัดต่อกฎหมายและความเป็นธรรม ขอให้ศาลมีคำสั่งให้หัวหน้ากองแรกรับอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าพบกับลูกความโดยด่วน ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเด็กและเยาวชน วินิจฉัยว่า พิจารณาข้อความในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว มาตรา ๗, ๙, ๑๓ และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนพ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมแล้วมาตรา ๑๖ วรรค ๓ แล้ว การที่ผู้ร้องในฐา