สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งตาม พ.ร.บ. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 มีวัตถุประสงค์ในการแสว
การพิจารณาว่าสถาบันมีวัตถุประสงค์ในการแสวงกำไรในทางเศรษฐกิจหรือไม่ ให้ดูจากวัตถุประสงค์ตามกฎหมายจัดตั้ง ระเบียบการเรียกค่าบริการ และลักษณะรายได้-รายจ่าย หากค่าบริการคิดเพียงค่าใช้จ่ายที่ออกไปจริง รายได้ส่วนใหญ่เป็นเงินอุดหนุน และไม่มีกำไรแบ่งปัน ย่อมไม่ถือว่ามีวัตถุประสงค์ในการแสวงกำไรในทางเศรษฐกิจ
กิจการของจำเลยไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงกำไรในทางเศรษฐกิจ จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายให้โจทก์
โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ถูกเลิกจ้างเพราะเกษียณอายุโดยไม่ได้รับค่าชดเชย สถาบันมีวัตถุประสงค์ตามกฎหมายเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเรียกค่าบริการคิดเพียงค่าใช้จ่ายที่ออกไปจริง และอาจไม่คิดค่าบริการหากเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม รายได้ส่วนใหญ่เป็นเงินอุ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1340/2525นางนเรศร์ ผลาวะสุโจทก์สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยจำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 พ.ร.บ.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 ม. 6สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการริเริ่ม วิจัย สนับสนุน ฝึกอบรมและให้บริการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แม้ในการให้บริการจะเรียกเก็บเงินจากผู้ขอบริการบ้างก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงค่าใช้จ่ายซึ่งสถาบันฯ ได้ออกไปจริงกับผู้ขอบริการ และบางกรณีถ้าผลการวิจัยจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม สถาบันฯ ก็อาจไม่คิดค่าบริการได้ ดังนี้ไม่ถือว่ากิจการของจำเลยมีวัตถุประสงค์ในการแสวงกำไรในทางเศรษฐกิจโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๑๔,๑๓๐ บาท เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๔ จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอคิดค่าเสียหายจากค่าชดเชยจำนวน ๘๔,๗๘๐ บาท ในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๒๔ ถึงวันฟ้อง รวม ๘๐ วันเป็นเงิน ๒,๗๘๗ บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ๘๔,๗๘๐ บาท และค่าเสียหาย ๒,๗๘๗ บาท รวมเป็นเงิน ๘๗,๖๕๗ บาท พร้อมทั้งค่าเสียหายในอัตราร้อยละสิบห้าจากต้นเงิน ๘๔,๘๗๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์เสร็จ จำเลยให้การว่า สถาบันฯ จำเลยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงกำไรในทางเศรษฐกิจ ไม่อยู่ในบังคับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีก