การที่นายจ้างสั่งโอนลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทอื่นในต่างประเทศโดยลูกจ้างไม่ยินยอม และให้ลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งและจ้างบุคคลอื่นแทน ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เ
การโอนสิทธิของนายจ้างไปยังบุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา 577 ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง หากลูกจ้างไม่ยินยอมและนายจ้างให้ลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งและจ้างบุคคลอื่นแทน ถือเป็นการเลิกจ้าง และหากการสั่งโอนไม่ได้ระบุว่าลูกจ้างกระทำผิด การเลิกจ้างนั้นเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางในส่วนที่เกี่ยวกับข้อหาในเรื่องการเลิกจ้างและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับการเลิกจ้างตามฟ้องโจทก์ ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาในเรื่องค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหาย และค่าโดยสารเครื่องบินและค่าขนย้ายสัมภาระของโจทก์และครอบครัว และพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
นายจ้างสั่งโอนลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทอื่นในต่างประเทศซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก โดยให้ลูกจ้างไปทำสัญญาจ้างใหม่กับบริษัทนั้น และให้ตำแหน่งของลูกจ้างในบริษัทนายจ้างเดิมสิ้นสุดลง พร้อมจ้างบุคคลอื่นทำงานแทน ลูกจ้างไม่ยินยอมทำสัญญาจ้างใหม่ นายจ้างยังคงให้ลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งและจ้างบุคคลอื่นแทน โดยการสั่งโอ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2537นาย ไมเคิล อี. โมดโจทก์บริษัท คลับคอร์ปอเรชั่น ( ประเทศ ไทย ) จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 577 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 การที่นายจ้างสั่งโอนลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทอื่นในต่างประเทศซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากนายจ้างเดิมโดยให้ลูกจ้างไปทำสัญญากับบริษัทดังกล่าวใหม่ และให้ตำแหน่งของลูกจ้างในบริษัทนายจ้างเดิมสิ้นสุดลงและจ้างบุคคลอื่นทำงานในตำแหน่งแทนแล้ว กรณีเช่นนี้เป็นการโอนสิทธิของนายจ้างไปยังบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 577 จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างด้วยจึงจะกระทำได้ เมื่อลูกจ้างไม่ยินยอมด้วยโดยไม่ยอมทำสัญญาจ้างฉบับใหม่กับบริษัทอื่นที่จะโอนไปนั้น นายจ้างก็ให้ลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งและจ้างบุคคลอื่นดำรงแทน กรณีจึงเป็นเรื่องนายจ้างสั่งเลิกจ้างและเมื่อการสั่งโอนดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าลูกจ้างกระทำผิดใดการเลิกจ้างกรณีเช่นนี้จึงเป็นการเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ครั้งสุดท้ายทำงานตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของเฮอริเทจคลับซึ่งเป็นของจำเลย วันที่ 14 พฤศจิกายน 2534 จำเลยสั่งให้โจทก์หยุดงานทันที ทั้งสั่งย้ายโจทก์ไปทำงานกับบุคคลอื่นที่เมืองฮ่องกงในวันที่ 9 ธันวาคม 2534 โดยโจทก์ไม่ยินยอมพฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยชำระเงินโบนัสสำหรับปี 2533 ที่ค้างชำระจำนวน 81,120 บาท ค่าชดเชยจำนวน 834,000 บาทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 139,000 บาทค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินจำนวน 88,400 บาท ค่าขนย้ายสัมภาระของใช้ส่วนตัวจำนวน 260,000 บาท