ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2117/2525

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิในการได้รับเงินรางวัลการจับกุมของพนักงานศุลกากรและพนักงาน ก.ต.ก. โดยพิจารณาว่าผู้ร้องเป็นผู้จับกุมตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

การบันทึกกักสินค้าหลังใบขนสินค้าไม่ใช่การจับกุมตามคำสั่งทั่วไปกรมศุลกากรที่ 24/2508 หากไม่มีการทำรายงานการจับกุม และอำนาจจับกุมของ ก.ต.ก. ในกรณีที่ไม่ใช่กรณีจำเป็นหรือเร่งด่วนไม่สามารถมอบให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการแทนได้ ผู้ร้องจึงไม่ใช่ผู้จับกุมและไม่มีสิทธิได้รับรางวัล

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1 ที่ 13 ถึงที่ 16 และที่ 18 ถึงที่ 21 เสียด้วย โดยวินิจฉัยว่าผู้ร้องที่เป็นพนักงานศุลกากรและพนักงาน ก.ต.ก. ทั้งหมด ไม่มีสิทธิได้รับเงินรางวัลการจับกุม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

คดีสืบเนื่องจากการสำแดงใบขนสินค้าอันเป็นเท็จและหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยและให้จ่ายรางวัลร้อยละ 20 ของค่าปรับแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับกุม ผู้ร้องที่เป็นพนักงานศุลกากรบันทึกกักสินค้าแต่ไม่ทำรายงานการจับกุม และผู้ร้องที่เป็นพนักงาน ก.ต.ก. อ้างสิทธิจากการมอบอำนาจในกรณีที่ไม่ใช่ก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2117/2525พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายเฉียบ กนิษฐสุต กับพวก รวม 22 คนผู้ร้องบริษัท อุตสาหกรรมกระดาษไทย จำกัดจำเลย พ.ร.บ.ตรวจสอบการปฏิบัติเกี่ยวแก่ภาษีอากรและรายได้อื่นของรัฐ พ.ศ.2503 ป.วิ.อ. ม. 78บันทึกกักสินค้าหลังใบขนสินค้าไม่ใช่การจับกุมตามคำสั่งทั่วไปกรมศุลกากรที่ 24/2508 เรื่องการปฏิบัติเกี่ยวกับใบแจ้งความนำจับ รายงานการจับกุม และรายงานการตรวจพบการเก็บอากรขาด เมื่อพนักงานศุลกากรจับกุมแล้ว ต้องทำรายงานการจับกุมต่อผู้บังคับบัญชาด้วย เมื่อผู้ร้องไม่ได้ทำรายงานการจับกุมเพียงแต่บันทึกกักสินค้าหลังใบขนสินค้า ผู้ร้องซึ่งเป็นพนักงานศุลกากรจึงไม่ใช่ผู้จับกุมบุคคลที่กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินรางวัลการจับกุม อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ต.ภ. ในการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรมีอยู่เฉพาะตาม พระราชบัญญัติตรวจสอบการปฏิบัติเกี่ยวแก่ภาษีอากรและรายได้อื่นของรัฐ พ.ศ. 2503มาตรา 6 แก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติตรวจสอบการปฏิบัติเกี่ยวแก่ภาษีอากรและรายได้อื่นของรัฐ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2506 มาตรา 3ไม่ได้มีอำนาจทั่วไปอย่างที่พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจจะพึงมี กล่าวคือมีอำนาจจับกุมจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 วรรคท้าย โดยไม่มีหมาย แต่ต้องจับด้วยตนเองและต้องเป็นกรณีออกหมายจับได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาทั้งยังมีข้อจำกัดอำนาจอยู่ตามพระราชบัญญัติตรวจสอบการปฏิบัติเกี่ยวแก่ภาษีอากรและรายได้อื่นของรัฐ พ.ศ. 2503 มาตรา 6 (3) ว่าต้องเป็นกรณีจำเป็นหรือเร่งด่วนด้วย จำเลยเป็นนิติบุคคลมีสำนักงานที่แน่นอน จึงไม่ใช่กรณีที่จำเป็นหรือเร่งด่วนที่จะต้องทำการจับกุมแต่อย่างใดอำนาจจับโดยไม่ต้องม