ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2700/2525

ประเด็นกฎหมาย

ความชอบด้วยกฎหมายของการฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์และฉายภาพยนตร์โดยผู้เช่าลิขสิทธิ์มิใช่เจ้าของ, และผลของการได้รับอนุญาตฉายภาพยนตร์ต่อสถานที่อื่น

หลักกฎหมาย

1. คำฟ้องที่บรรยายการกระทำครบถ้วนตามองค์ประกอบความผิดชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แม้ไม่ได้ระบุชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยชัดเจน 2. ผู้เช่าลิขสิทธิ์มิใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ จึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์ การร้องทุกข์โดยผู้ไม่มีอำนาจถือเป็นการกระทำไปโดยไม่มีอำนาจ 3. ภาพยนตร์ที่ได้รับอนุญาตให้ฉาย ณ สถานที่มหรสพหน

คำวินิจฉัย

1. คำฟ้องชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) 2. โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เนื่องจากขาดการร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมาย 3. ภาพยนตร์ที่ได้รับอนุญาตให้ฉายแล้วสามารถฉาย ณ สถานที่อื่นได้โดยไม่ต้องขออนุญาตซ้ำ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยนำภาพยนตร์ออกฉายเก็บเงินโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ (ร้าน อ.กรุงเกษมฟิล์ม) และมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์ร่วมเป็นผู้เช่าลิขสิทธิ์ มิใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ และได้รับมอบอำนาจให้ร้องทุกข์เฉพาะที่สถานีตำรวจแห่งเดียว แต่ไปร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจแห่งอื่น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2700/2525พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโจทก์นายสุวรรณ เจนศิริศักดิ์โจทก์ร่วมนายวุฒิชัย เชื้อพุทธ กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 121 วรรคสอง, ม. 158 (5), ม. 195 วรรคสอง, ม. 225 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม. 48 พ.ร.บ.ภาพยนตร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2479 ม. 4 พ.ร.บ.ภาพยนตร์ พ.ศ.2473 , บรรยายฟ้องว่าจำเลยนำฟิล์มภาพยนตร์ซึ่ง อ. และ ส. เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ออกฉายเรียกเก็บเงินในการค้าโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ และมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ของผู้เสียหาย และเป็นการฉายภาพยนตร์โดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ไม่จำต้องบรรยายว่าพนักงานเจ้าหน้าที่หมายถึงผู้ใดและภาพยนตร์ดังกล่าวสร้างขึ้นในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์เพราะเป็นข้อเท็จจริงในทางนำสืบ ส. เป็นเพียงผู้เช่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จาก อ. จึงมิใช่เจ้าของลิขสิทธิ์และไม่มีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฐานละเมิดลิขสิทธิ์ และการที่ ส. ได้รับมอบอำนาจจาก อ. ให้ไปร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แต่ ส. ไปร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนครราชสีมา ถือไม่ได้ว่าเป็นการร้องทุกข์แทน อ. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนครราชสีมาจึงไม่มีอำนาจสอบสวนในข้อหาความผิดดังกล่าวซึ่งเป็นความผิด ยอมความได้ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ภาพยนตร์เรื่องใดได้รับอนุญาตจากกรมตำรวจให้นำออกฉายตามสถานที่มหรสพได้แล้ว ย่อมสามารถนำออกฉาย ณ สถานที่มหรสพใดได้ในภายหลังโดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานอื่นใดซ้ำอีกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำการละเมิดสิทธิ