ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีการค้าโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน และการพิจารณาว่าการขายที่ดินเป็นการค้าหรือหากำไรที่ต้องเสียภาษีการ
การส่งหนังสือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถือเป็นการส่งที่ชอบด้วยกฎหมายก็ต่อเมื่อส่งให้ผู้รับหรือบุคคลในบ้าน/สำนักงาน หากผู้ลงลายมือชื่อไม่ใช่คนในบ้าน ถือว่ายังไม่ได้รับ ต้องถือวันที่ได้รับจริง ส่วนการขายที่ดินเป็นการขายสมบัติเก่าในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่ใช่ทางค้าหรือหากำไร จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีการค้า
การส่งหนังสือโดยไปรษณีย์ลงทะเบียนถือเป็นการส่งที่ชอบด้วยกฎหมายก็ต่อเมื่อส่งให้ผู้รับหรือบุคคลในบ้าน/สำนักงาน หากไม่ใช่ ถือว่ายังไม่ได้รับ ต้องนับวันที่ได้รับจริง โจทก์ขายที่ดินเป็นการขายสมบัติเก่า ไม่ใช่การค้า จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีการค้า
โจทก์ได้รับกรรมสิทธิ์ที่ดินจากการรับจำนองและจดทะเบียนหลุดเป็นสิทธิตั้งแต่ พ.ศ. 2466 ครอบครองทำนาทำสวนมา 35 ปี จึงแบ่งเป็นแปลงเล็ก ๆ เพื่อสะดวกในการขายและให้ได้ราคาดีขึ้น ขายหลังจากได้กรรมสิทธิ์ 47 ปีเศษ และพนักงานไปรษณีย์ให้บุคคลอื่นลงลายมือชื่อรับหนังสือแทนโจทก์ ซึ่งบุคคลนั้นไม่ใช่คนในบ้านโจทก์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3848/2525นางพอน มังคะลี โดย นายวิเชียร มังคะลี ผู้รับมอบอำนาจโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 8, ม. 30 (2), ม. 77, ม. 78 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 การส่งหมายเรียกหรือหนังสืออื่นถึงบุคคลใดเกี่ยวกับภาษีอากรฝ่ายสรรพากร โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามประมวลรัษฎากรมาตรา 8 วรรคแรกนั้น กฎหมายมิได้บัญญัติวิธีการส่งไว้อย่างในกรณีที่มีผู้นำส่ง แต่ย่อมเห็นได้ว่าพนักงานไปรษณีย์ผู้นำส่งจะต้องส่งให้แก่ผู้รับหรือบุคคลที่อยู่ในบ้านหรือสำนักงานของผู้รับตามที่ผู้ส่งได้จ่าหน้าซองไว้จึงจะถือได้ว่าเป็นการส่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นถ้าปรากฏว่าผู้ที่พนักงานไปรษณีย์ให้ลงลายมือชื่อรับหนังสือไว้แทนโจทก์ไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในบ้านโจทก์ ก็ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับหนังสือในวันดังกล่าวต้องถือเอาวันที่โจทก์ได้รับจริง โจทก์ได้รับกรรมสิทธิ์ที่ดินรายนี้มาโดยการรับจำนองและจดทะเบียนหลุดเป็นสิทธิตั้งแต่ พ.ศ. 2466 แล้วได้ครอบครองทำนาทำสวนตลอดมาเป็นเวลา 35 ปี จึงได้แบ่งเป็นแปลงเล็ก ๆ เพื่อสะดวกในการขายและให้ได้ราคาดีขึ้นแสดงว่าโจทก์มิได้มีเจตนามาก่อนเลยว่าจะนำที่ดินแปลงนี้มาจัดสรรขาย การที่โจทก์รับจำนองไว้ก็เพื่อหวังจะได้ดอกเบี้ยไม่ได้หวังจะได้ที่ดินมาเพื่อทำการค้าแต่อย่างใด และโจทก์เพิ่งขายไปหลังจากได้กรรมสิทธิ์มาถึง 47 ปีเศษ การขายที่ดินของโจทก์เช่นนี้จึงเป็นการขายสมบัติเก่าในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่ใช่เป็นทางค้าหรือหากำไร โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรมาตรา 78 และบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 11โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากพนักงานของจำเลยที่ ๑ รวม ๔ ฉบับ