ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3854/2525

ประเด็นกฎหมาย

ศาลไทยมีอำนาจพิจารณาคดีที่เกิดในสถานีร่วมในมาเลเซียหรือไม่ และการนำสินค้าไปวางในเขตมาเลเซียห่างเขตไทย 500 เมตร ถือเป็นการนำเข้าโดยผิดกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

ตามสัญญาว่าด้วยการเดินรถไฟระหว่างสยามกับรัฐมลายู ข้อ 17 และ 18 เจ้าพนักงานศุลกากรของประเทศที่ไม่ใช่เจ้าของที่ตั้งสถานีร่วมมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายภาษีของตนภายในสถานีร่วม และความผิดที่เกิดขึ้นให้ชำระในศาลของประเทศนั้น การนำสินค้าไปวางในที่พักพนักงานตรวจรถไฟซึ่งอยู่ในสถานีร่วมในมาเลเซีย ห่างเขตไทย 500 เ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาลักลอบนำสินค้าต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้ผ่านการตรวจและเสียภาษีศุลกากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 และให้ยกฟ้องในข้อหาเอาของกลางไปตาม ป.อ. มาตรา 142 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ของกลางคืนเจ้าของ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ตั้งอยู่ในมาเลเซีย ห่างเขตไทย 500 เมตร มีด่านศุลกากรไทยอยู่ภายใน จำเลยนำเห็ดหอม 2 ถุงไปวางในที่พักพนักงานตรวจรถไฟซึ่งติดกับสถานี เจ้าพนักงานศุลกากรไทยยึดเห็ดหอมดังกล่าว จำเลยแสดงตัวขอคืนแล้วเกิดการทำร้ายร่างกาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3854/2525พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาโจทก์นายอุดมศิลป์ สุวรรณพฤกษ์จำเลย ป.อ. ม. 142 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 27 ประกาศกระแสพระบรมราชโองการให้ใช้สัญญาว่าด้วยการเดินรถไฟระหว่างพระราชอาณาจักรสยามกับกลันตัน ไทรบุรี เปอร์ลิสและสหรัฐมลายู ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2467 , สถานีรถไฟปาดังเบซาร์อยู่ในประเทศมาเลเซียห่างเขตแดนประเทศไทย 500 เมตร ภายในสถานีมีที่ทำการด่านศุลกากรของไทยและมาเลเซียเมื่อนายตรวจศุลกากรประจำด่านของไทย ยึดเห็ดหอมซึ่งเป็นสินค้าต่างประเทศไม่ปรากฏเจ้าของมาเพื่อเก็บในด่านศุลกากร ขณะรอคนเปิดประตูห้องอยู่นั้น จำเลยเข้ามาแสดงตัวเป็นเจ้าของขอคืน แต่ไม่ได้คืนจึงเกิดการทำร้ายกันขึ้น เช่นนี้ เมื่อเป็นความผิดตามกฎหมายภาษีศุลกากรกับความผิดซึ่งเกี่ยวเนื่องกันคือต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และเอาของกลางไป ศาลไทยมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ การที่จำเลยนำเห็ดหอมไปวางไว้ในที่พักพนักงานตรวจรถไป ซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟปาดังเบธาร์ และห่างเขตแดนไทยถึงห้าร้อยเมตร ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยนำสินค้าต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร ฯลฯ แม้เพียงชั้นพยายามกระทำผิด การที่จำเลยไปนำเห็ดหอมกลับคืนจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักลอบนำเห็ดหอมจำนวน ๒ ถุง อันเป็นสินค้าต่างประเทศที่ยังมิได้ผ่านด่านศุลกากรและยังมิได้เสียอากรในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร จากนอกราชอาณาจักรเข้ามาในราชอาณาจักร โดยมิได้ผ่านด่านตรวจของเจ้าพนักงานศุลกากรและมิได้เสียภาษีศุลกากรตามกฎหมาย และจำเลยกับพวกได้บุกรุกเข้าไปในห้องเก็บของอันเป็นสถานที่ราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควรกับได้ต่อสู้ทำร้ายร่างกาย นายจำลองกลิ่นส่ง เจ้าหน้าที่ศุลกากรซึ่ง