การแก้ไขคำขอในคำฟ้องจากค่าชดเชย/ค่าเสียหาย/โบนัส เหลือเพียงค่าชดเชย ทำให้ฐานกฎหมายเปลี่ยนจาก พ.ร.บ.ศาลแรงงาน เป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย ซึ่งใช้ไม่ได้กับ
การแก้ไขคำขอในคำฟ้องให้เหลือเพียงค่าชดเชย ทำให้ฐานกฎหมายเปลี่ยนจาก พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ เป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย ซึ่งใช้บังคับก่อนการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืน ให้ยกฟ้อง เนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชย ค่าเสียหาย โบนัส และดอกเบี้ย ต่อมาแถลงไม่ติดใจเรียกค่าเสียหาย โบนัส และดอกเบี้ย เหลือเพียงค่าชดเชย โดยอ้างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2526นายโชติ ปทุมมาศโจทก์การสื่อสารแห่งประเทศไทยจำเลย ป.วิ.พ. ม. 179 (2) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 ม. 2ฟ้องโจทก์ในชั้นแรกขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหาย และเงินโบนัส พร้อมทั้งดอกเบี้ย ต่อมาโจทก์แถลงไม่ติดใจเรียกค่าเสียหายและเงินโบนัสกับดอกเบี้ย คำขอท้ายฟ้องของโจทก์จึงเหลือเพียงข้อเดียวคือเรียกให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเพราะเลิกจ้างโจทก์อันเป็นการอาศัยสิทธิตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน หาใช่เป็นการ ฟ้อง ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ ไม่โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์รับราชการในกรมไปรษณีย์โทรเลข แล้วโจทก์ได้โอนมาสังกัดกับจำเลย จำเลยได้กล่าวหาว่าโจทก์กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับของจำเลย มีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและเงินโบนัส ต่อมาจำเลยร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญากับโจทก์ในข้อหาทุจริตต่อหน้าที่ เป็นเหตุให้โจทก์ถูกฟ้องคดีอาญา ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหาย เงินโบนัส กับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยมีคำสั่งปลดโจทก์เพราะโจทก์กระทำการทุจริตต่อหน้าที่และกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชย เงินโบนัสกับดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณาโจทก์แถลงว่า ไม่ติดใจเรียกค่าเสียหาย เงินโบนัสกับดอกเบี้ยจากจำเลย ก่อนสืบพยาน จำเลยยื่นคำแถลงขอให้ศาลมีคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลมีคำสั่งว่าจะได้วินิจฉ