ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1542/2526

ประเด็นกฎหมาย

การตีความคำฟ้องที่อ้างทั้งทางจำเป็นและทางภารจำยอม โดยศาลชั้นต้นยกฟ้องว่าไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. ม. 172

หลักกฎหมาย

แผนที่สังเขปเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง หากแสดงว่าที่ดินถูกล้อมจนไม่มีทางออกและมีการใช้ทางนาน 50 ปี ถือว่าโจทก์เสนอข้อหาทางจำเป็นและทางภารจำยอมครบถ้วน ฟ้องจึงชอบด้วย ม. 172

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องไว้พิจารณา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินโจทก์ถูกที่ดินจำเลยล้อมจนไม่มีทางออกสู่สาธารณะ โจทก์อ้างทั้งทางจำเป็นและทางภารจำยอม (ใช้ทาง 50 ปี) ศาลชั้นต้นยกฟ้องว่าไม่ชอบด้วย ม. 172

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1542/2526นายเกษม กลีบยี่สุ่น ณ อยุธยา กับพวกโจทก์นายเชิดศักดิ์ วรุณวัชรินทร์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 172 วรรคสอง, สามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง และปรากฏแจ้งชัดจากแผนที่ดังกล่าวว่าที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นรวมทั้งที่ดินของจำเลยล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ เมื่อพิจารณาประกอบคำฟ้องแล้ว เห็นได้ว่าโจทก์เสนอสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา 2 ประการคือ ทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม เพราะมีผู้ใช้เข้าออกสู่ทางสาธารณะนานถึง 50 ปีแล้วประการหนึ่ง และทางพิพาทเป็นทางจำเป็นเพราะที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้อีกประการหนึ่ง ฟ้องของโจทก์จึงถูกต้องตามกฎหมาย ศาลซึ่งตรวจคำฟ้องชอบที่จะรับคำฟ้องไว้พิจารณาโจทก์ทั้งสามฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์ด้านทิศตะวันตกจดที่ดินของจำเลย โดยจำเลยซื้อที่ดินดังกล่าวจากการขายทอดตลาดของศาล ซึ่งเดิมมีบ้านเรือนปลูกอยู่ประมาณ ๑๙ หลังและเป็นของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ มาก่อน โดยมีทางเดินเข้าออกกว้างรถยนต์แล่นได้มาเป็นเวลา ๕๐ ปีแล้ว ภายหลังจากจำเลยซื้อที่ดินจำเลยได้ปิดกั้นล้อมรั้วจนที่ดินของโจทก์ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ โจทก์ได้ขอให้จำเลยเปิดทางกว้าง ๓ เมตร เพื่อให้รถยนต์เข้าออกสู่ทางสาธารณะ แต่จำเลยไม่ยอม ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยเปิดทางเส้น ก - ๑๑ จากรั้วที่กั้นมีความกว้าง ๓ เมตร ออกสู่ถนนยมราชทางจุด A ถึง B ปรากฏตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องและให้จำเลยชำระค่าเสียหาย ชั้นตรวจคำฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำฟ้องของโจทก์เป็นกรณีที่โจทก์อ้างว่าทางนั้นตกเป็นทางภารจำยอมโดยอายุความ แต่จะเห็นได้ว่าโจทก์ใช้ทางดังกล่าวก็เป็นการใช้ในขณะที่โจทก์อาศัยอยู่ในที่ดินแปลงนั้น จึงจะอ้างว่