ข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่งดจ่ายค่าล่วงเวลาลงในสัญญาตกเป็นโมฆะหรือไม่
ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย การตกลงงดจ่ายค่าล่วงเวลาลงในสัญญาจึงตกเป็นโมฆะ
พิพากษายกฟ้อง
ลูกจ้างขับรถรับส่งผู้จัดการนอกเวลาทำงานปกติ แต่ตกลงกับนายจ้างว่าไม่ถือเป็นเวลาทำงานและไม่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1390/2537นาย พงษ์ศักดิ์ ทอง ดีโจทก์บริษัท ไทย ซูซูกิ มอเตอร์ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 150 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 3, ข้อ 11, ข้อ 34 โจทก์เป็นลูกจ้างทำหน้าที่พนักงานขับรถของจำเลยมีเวลาทำงานตามปกติแน่นอนตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกาถึง 17 นาฬิกาดังนั้น ระยะเวลาทำงานที่นอกเวลาปกตินี้ถือว่าเป็นการทำงานล่วงเวลา มีสิทธิได้รับเงินค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่16 เมษายน 2515 ข้อ 2 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยการที่นายจ้างทำสัญญางดเว้นไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะ โจทก์จึงมีสิทธิได้ค่าล่วงเวลาโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2521 โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ครั้งสุดท้ายทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถ เวลาทำงานปกติคือวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8 ถึง 17 นาฬิกา เวลาพัก12 ถึง 13 นาฬิกา ต่อมาวันที่ 20 มกราคม 2535 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด โดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าโจทก์ทำงานมาเกินกว่า 3 ปี แล้ว มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 43,950 บาท และมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 7,325 บาท จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์ขอคิดค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเป็นเวลา 5 ปี เป็นเงิน 439,500 บาททั้งจำเลยมีข้อกำหนดจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่ลูกจ้างที่ออกจากงานโจทก์มีอายุงานถึง 13 ปี 9 เดือน มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับร้อยละ 75 ของค่าจ้างอัตราสุดท้าย 7,325 บาท คูณด้วยอายุงานเป็นปีโดยนับปีที่ 6 เป็นปีแรก ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จจากจำเลยเป็นเงินจำนวน 43,950 บาท แต่จำเลยไม่จ่ายให้ ใน