ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2928 - 2934/2526

ประเด็นกฎหมาย

เอกชนมีอำนาจฟ้องคดีความผิด พ.ร.บ.ควบคุมอาคารหรือไม่ และศาลฎีกามีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยผิดกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เทศบาลหรือทางราชการเป็นผู้เสียหาย เอกชนจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนคดีขาดอายุความเป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบ ศาลอุทธรณ์ผลักภาระให้จำเลยสืบแก้เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดกฎหมาย ศาลฎีกาจึงฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้

คำวินิจฉัย

ยกฟ้องโจทก์ร่วมในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารเพราะไม่มีอำนาจฟ้อง ยกฟ้องจำเลยที่เหลือในข้อหาบุกรุกเนื่องจากขาดเจตนา และพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1, 4, 5 ฐานบุกรุกตาม ป.อ. ม. 365 (3)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยต่อเติมอาคารรุกล้ำที่ดินโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมเอกชนเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีความผิด พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโดยผลักภาระการพิสูจน์อายุความให้จำเลย ศาลฎีกาแก้ไขการวินิจฉัยข้อเท็จจริงและสถานะผู้เสียหาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2928 - 2934/2526พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาครโจทก์บริษัท เค.เอส.ทรัสต์ จำกัดโจทก์ร่วมนายสุรศักดิ์ ตันธนวิกรัย กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 365 (3) ป.วิ.อ. ม. 2 (4), ม. 174, ม. 218, ม. 222 พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2479 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 การกระทำผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารและพระราชบัญญัติควบคุมอาคารนั้นเทศบาลหรือทางราชการเป็นผู้เสียหาย เป็นเรื่องของเทศบาลหรือทางราชการที่จะเข้าควบคุมฟ้องร้องเอาเอง โจทก์ร่วมซึ่งเป็นราษฎรหรือเอกชนไม่ใช้ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง คดีที่ฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้ววินิจฉัยผลักหน้าที่ให้จำเลยสืบแก้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ผิดกฎหมายเพราะในปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบ ศาลฎีกาจึงมีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้คดีทั้งเจ็ดสำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องจำเลยทุกสำนวนในทำนองเดียวกันว่า จำเลยแต่ละสำนวนได้ปลูกสร้างดัดแปลงอาคารตึกแถว โดยต่อเติมขยายพื้นที่ด้านหลังอาคารตึกแถวชั้นล่างของจำเลยแต่ละห้องเป็นเพิงลาดมีหลังคากว้าง ๓ เมตรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายและการดัดแปลงต่อเติมอาคารของจำเลยแต่ละสำนวนดังกล่าวได้บุกรุกเข้าไปในโฉนดที่ดินของโจทก์ร่วมเพื่อถือการครอบครองที่ดินที่ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำนั้นทั้งหมดและเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วม ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ (๓) พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๔๗๙ ฯลฯ พระราชบัญญัติควบคุ