การคิดดอกเบี้ยจากแพคกิ้งเครดิตเพื่อโรงงานน้ำตาลถือเป็นกิจการธนาคารพาณิชย์ที่ต้องเสียภาษีการค้าหรือไม่
การให้กู้เงินที่ได้จากแพคกิ้งเครดิตเพื่อช่วยเหลือเงินทุนหมุนเวียนของตัวแทนเฉพาะราย โดยไม่ได้กู้เพื่อหาประโยชน์โดยทั่วไป ไม่ถือเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์
พิพากษายืน ให้เพิกถอนคำสั่งประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ในส่วนที่ประเมินภาษีการค้าประเภทธนาคารชนิด 1
โจทก์เป็นตัวแทนส่งออกน้ำตาล นำเลตเตอร์ออฟเครดิตไปทำแพคกิ้งเครดิตกับธนาคาร แล้วนำเงินให้โรงงานน้ำตาลซึ่งเป็นตัวแทนกู้ต่อโดยคิดดอกเบี้ย 7% ต่อปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3273/2526บริษัทค้าผลผลิตน้ำตาล จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร บัญชีอัตราภาษีการค้า ประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 1โจทก์เป็นตัวแทนของโรงงานน้ำตาลในการจัดส่งน้ำตาลไปจำหน่ายยังต่างประเทศและบริษัทเจ้าของโรงงานน้ำตาลต่างเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทโจทก์ โจทก์ทำสัญญาขายน้ำตาลกับผู้ซื้อในนามของโจทก์ และผู้ซื้อเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตสำหรับราคาน้ำตาลมาในนามของโจทก์ เงินที่โจทก์ให้โรงงานน้ำตาลกู้เป็นเงินที่โจทก์ได้มาจากการนำเลตเตอร์ออฟเครดิตดังกล่าวแล้วไปทำแพคกิ้งเครดิตกับธนาคาร โดยต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารในอัตราร้อยละ 6.5 ต่อปี คณะกรรมการบริษัทโจทก์มีมติให้โรงงานน้ำตาลจ่ายค่าบริการแก่โจทก์ร้อยละ 0.5 ต่อปี โจทก์จึงคิดดอกเบี้ยจากโรงงานน้ำตาลในอัตราร้อยละ 7 ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร แม้การกระทำของโจทก์จะเข้าลักษณะเป็นการกู้เงินจากธนาคารแล้วนำมาให้กู้ต่อโดยได้รับประโยชน์ตอบแทน ก็เป็นการให้กู้แก่โรงงานน้ำตาลซึ่งโจทก์เป็นตัวแทนโดยเฉพาะ และให้กู้ด้วยเงินที่ได้จากการทำแพคกิ้งเครดิตเพื่อช่วยเหลือให้โรงงานน้ำตาลมีเงินทุนหมุนเวียนก่อนที่จะได้รับชำระราคาน้ำตาลตามเลตเตอร์ออฟเครดิต หาใช่เป็นการกู้เพื่อหาประโยชน์โดยทั่วไปไม่ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ที่ประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์อันเข้าลักษณะเป็นผู้ประกอบการค้าตามที่ระบุในบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคาร ดังนั้น การประเมินของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เจ้าพนักงานประเมินภาษีการค้าของจำเลยที่ ๑ ได้ประเมินตามแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้า ภ.ค.(พ)๘