การงดสืบพยานเมื่อมีข้อโต้แย้งเรื่องสิทธิในสัญญาและค่าขึ้นศาลในคดีหุ้นส่วน
หากจำเลยโต้แย้งสิทธิโจทก์และข้อเท็จจริงมีข้อโต้แย้ง ศาลต้องสืบพยานเพื่อหาข้อเท็จจริงจริง ไม่สามารถงดสืบพยานหรือบังคับตามคำขอที่ขัดแย้งได้
พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป
โจทก์ฟ้องเลิกสัญญาหุ้นส่วนซื้อที่ดิน โดยอ้างว่าจ่ายแทนจำเลย แต่จำเลยโต้แย้งว่าร่วมจ่ายมาตลอด มีข้อโต้แย้งข้อเท็จจริงชัดเจน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 284/2527นายกวี เตียงรัตนกูลโจทก์นายตรง จึงเจริญจำเลย ป.พ.พ. ม. 1031 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 150, ม. 243, ม. 247, ตารางโจทก์ฟ้องว่าโจทก์กับจำเลยทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกันซื้อที่ดินพร้อมโรงงานและสิ่งปลูกสร้าง โดยตกลงออกเงินกันคนละครึ่งจำเลยผิดสัญญาไม่ออกเงินส่วนของตน. โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเข้าหุ้นส่วนต่อจำเลยโดยถือว่าโจทก์มีสิทธิตามสัญญาซื้อขายแต่ผู้เดียว คำขอท้ายฟ้องของโจทก์มีอยู่ข้อหนึ่งว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อและทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายที่ดินและโรงงานกับผู้ขายแต่ผู้เดียว ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง เช่นนี้ฟังได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินและโรงงานดังกล่าวแล้ว คำให้การจำเลยก็โต้แย้งว่า จำเลยไม่ได้ขอให้โจทก์จ่ายเงินทดรองและโจทก์ก็ไม่ได้จ่ายเงินทดรองแทนจำเลย เงินที่ชำระครั้งแรกกับที่ผ่อนชำระจำเลยได้ชำระครึ่งหนึ่งตามสัญญาตลอดมา จึงเป็นกรณีที่มีข้อโต้แย้งระหว่างโจทก์กับจำเลย หากพิจารณาได้ตามความที่โจทก์ฟ้อง ศาลก็บังคับตามคำขอของโจทก์ดังกล่าวได้ส่วนคำขออื่นซึ่งศาลบังคับให้ไม่ได้ หรือโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องศาลก็ชอบที่จะยกคำขอนั้น การงดสืบพยานจึงไม่ชอบ โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีสิทธิแต่ผู้เดียวตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินและโรงงานในราคา 3,400,000 บาท จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิตามสัญญาดังกล่าวครึ่งหนึ่งและจำเลยได้ชำระเงินตามสัญญาครึ่งหนึ่งตลอดมา ดังนี้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลในจำนวนทุนทรัพย์ 1,700,000 บาทโจทก์ฟ้องว่าโจทก์กับจำเลยทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกันซื้อที่ดินพร้อมโรงงานและสิ่งปลูกสร้าง โดยตกลงออกเงินกันคนละครึ่ง แต่จำเลยไม่มีเงิน ขอให้โจทก์จ่ายเงินส่วนของจำเลยแทนไปก่อนแล้วจำเลยจะชำระคืนให้โจทก์ภายหลัง โจทก์ได้จ่ายเงิน