การตายด้วยหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลันระหว่างทำงาน ถือเป็นการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานหรือไม่
การตายด้วยโรคหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน โดยงานมิใช่ใช้กำลังมากหรือตรากตรำจนเกิดโรค ไม่ถือเป็นการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากลักษณะงานโดยตรง
พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 คงคำพิพากษาศาลแรงงานกลางให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานประกันสังคมและให้จ่ายเงินทดแทน
ลูกจ้างผู้ช่วยเสมียนใหญ่ทำงานเพิ่มนอกเหนือจากบัญชี เช่น เฝ้าเหมืองและคุมแร่ แต่งานมิใช่ใช้กำลังมากหรือตรากตรำ ถึงแก่ความตายด้วยหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลันขณะทำงาน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2664/2537นาง พิกุล เทวภักดิ์โจทก์สำนักงาน ประกัน สังคม กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 50 อ.ทำงานเกี่ยวกับด้านบัญชี แม้ภายหลังนายจ้างจะมอบหมายงานให้ทำมากขึ้นโดยทำงานเฝ้าเหมือง ดูแลคนงาน เบิกจ่ายเงิน ดูแลพัสดุ ติดต่อกับหน่วยงานอื่น และคุมแร่ไปขาย ที่จังหวัดภูเก็ตด้วย งานที่ อ. ทำก็มิใช่งานที่ต้องใช้กำลังมากไม่อาจทำให้เกิดโรคหรือการเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตายได้ และอ.มิได้ทำงานตรากตรำวันเกิดเหตุอ. ไปทำงานตอนเช้าตามปกติ ตอนสายได้กลับมาบ้านและให้โจทก์ ซึ่งเป็นภริยาพาไปส่งโรงพยาบาลเนื่องจากปวดศีรษะแต่ อ. เป็นลมล้มฟุบลงที่โต๊ะอาหาร และถึงแก่ความตายเพราะหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน การตายของ อ. ยังถือไม่ได้ว่าถึงแก่ความตายด้วยโรคหรือการป่วยเจ็บเนื่องจากการทำงานโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายโอภาส เทวภักดิ์ มีบุตรธิดาด้วยกัน 6 คน จำเลยที่ 1เป็นนิติบุคคลที่มีจำเลยที่ 2 เป็นเลขาธิการ มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยคำสั่งเงินทดแทนตามกฎหมายนายโอภาสเป็นลูกจ้างของบริษัทเรือขุดแร่สหพิบูลย์จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2515 ตำแหน่งผู้ช่วยเสมียนใหญ่เมื่อประมาณปลายปี 2533 บริษัทเรือขุดแร่สหะพิบูลย์ จำกัด อ้างว่าดำเนินการขาดทุน จึงได้เลิกจ้างคนงานและพนักงานประจำจนกระทั่งครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2535 เหลือพนักงานประจำเพียง 3 คน คือ นายสุทิน เชี่ยววัฒนา ตำแหน่งผู้จัดการนายธิราศ จันทศรีและนายโอภาส ตามปกตินายโอภาสจะทำงานเกี่ยวกับบัญชีเท่านั้นแต่เมื่อบริษัทมีพนักงานประจำอยู่เพียง 3 คน บริษัทจึงได้มอบหมายงานให้นายโอภาสทำมากขึ้นนอกเหนือจากที่งานปกติ เช่น งานเฝ้าเหม