การนับอายุการทำงานของผู้ถูกโอนโดยประกาศคณะปฏิวัติต้องนับต่อเนื่องหรือไม่
การโอนสิทธิการจ้างโดยลูกจ้างยินยอม ฐานะลูกจ้างไม่สิ้นสุดเหมือนเลิกจ้าง อายุการทำงานต้องนับต่อเนื่อง เว้นแต่ตกลงอื่น ข้อบังคับนับเฉพาะคนใหม่ไม่ใช้กับคนโอน
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ส่วนที่ขาดพร้อมดอกเบี้ย
โจทก์ถูกโอนจากธนาคารอาคารสงเคราะห์มาการเคหะแห่งชาติโดยประกาศคณะปฏิวัติ จำเลยนับอายุการทำงานเฉพาะช่วงหลังโอน โจทก์ฟ้องขอส่วนต่าง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1585/2527นายศิริ ทัศนพยัคฆ์โจทก์การเคหะแห่งชาติจำเลย พ.ร.บ.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ.2496 ม. 27 (1) (3) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน เดิมโจทก์เป็นลูกจ้างของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ต่อมามี ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ให้โอนโจทก์มาเป็นลูกจ้างของการเคหะแห่งชาติจำเลย การโอนเช่นนี้ฐานะความเป็น ลูกจ้างของโจทก์ยังคงมีอยู่ มิได้สิ้นสุดลงเช่นการ เลิกจ้าง เมื่อมิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น การนับอายุ การทำงานของโจทก์จึงต้องนับต่อเนื่องกันตั้งแต่โจทก์เข้าทำงานกับธนาคาร ข้อบังคับของจำเลยซึ่งให้นับอายุการทำงาน ตั้งแต่เมื่อเริ่มเข้าทำงานกับจำเลย ต้องใช้บังคับเฉพาะพนักงานหรือลูกจ้างที่สมัครเข้าทำงานใหม่เท่านั้น มิใช่ ถูกโอนมาเช่นกรณีของโจทก์โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างประจำที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ต่อมาได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ให้โอนกิจการบางส่วนและหนี้สิน รวมทั้งโอนพนักงานลูกจ้างของธนาคารอาคารสงเคราะห์มาเป็นของจำเลย ครั้งสุดท้ายโจทก์ทำหน้าที่พนักงานจัดการทรัพย์สินที่สำนักงานดูแลเคหะชุมชนห้วยขวาง ต่อมาวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๒๖ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุโจทก์ป่วยเป็นอัมพาตจนไม่สามารถทำงานได้และได้จ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ตามข้อบังคับของจำเลยให้แก่โจทก์ โดยคำนวณเวลาทำงานของโจทก์เพียง ๑๐ ปี นับระยะเวลาเพียงเท่าที่โจทก์ถูกโอนมาทำงานกับจำเลย ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะจะต้องนับเวลาทำงานของจำเลยตั้งแต่วันเริ่มเข้าทำงานที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ต่อเนื่องจนถึงวันถูกเลิกจ้างรวมเป็นเวลาทำงานที่ถูกต้อง ๑๘ ปี เงินกองทุนสงเคราะห์ตามสิทธิของโจทก์จึงขาดอีก๔๘,๗๒๐ บาท ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยจ่ายเงินจำนวนดังกล