จำเลยที่ 2 ช่วยซ่อนยาเสพติดให้จำเลยที่ 1 โดยไม่ครอบครองร่วม ถือเป็นผู้สนับสนุนหรือร่วมกระทำความผิดฐานครอบครอง?
การไม่ครอบครองร่วมไม่เท่ากับร่วมกระทำความผิดฐานครอบครอง แต่การช่วยเหลือซ่อนของกลางเพื่ออำนวยความสะดวกให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิด ถือเป็นผู้สนับสนุนตาม ป.อ. ม. 86
พิพากษาแก้จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยมิได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่
จำเลยที่ 2 รู้ว่ากล่องมียาเสพติด จึงช่วยยกขยับแท็งก์น้ำให้จำเลยที่ 1 ซ่อนกล่องใต้แท็งก์น้ำขณะตำรวจเข้าจับกุม โดยไม่ได้ครอบครองยาเสพติดเอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2527พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายกิตติ เอกุล กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ป.อ. ม. 83, ม. 86มอร์ฟีนและโคเดอีนของกลางเป็นของจำเลยที่ 1 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ยังคงครอบครองมอร์ฟีนและโคเดอีนของกลางอยู่จำเลยที่ 2 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการครอบครอง จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 มีมอร์ฟีนและโคเดอีนของกลางไว้ในครอบครอง จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดฐานร่วมกันมีมอร์ฟีนและโคเดอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาต ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้เป็นเจ้าของมอร์ฟีนและโคเดอีนของกลางกำลังกระทำความผิดตามฟ้องอยู่ เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจะเข้าจับกุมจำเลยที่ 2 ซึ่งทราบว่ากล่องกระดาษที่จำเลยที่ 1 หิ้วมามียาเสพติดให้โทษของกลางบรรจุอยู่จึงช่วยเหลือจำเลยที่ 1 โดยช่วยยกขยับแท็งก์น้ำเพื่อให้จำเลยที่ 1 เอากล่องกระดาษดังกล่าวใส่ในช่องใต้แท็งก์น้ำ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการช่วยเหลือและให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้อง จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานมีมอร์ฟีนและโคเดอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับใบอนุญาตโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมียาเสพติดมอร์ฟีนและโคเดอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับใบอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๗, ๖๙ ให้จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๓ กึ่งหนึ่ง