ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2395/2527

ประเด็นกฎหมาย

การรับเงินค่าธรรมเนียมและกักจดหมายหลายวันถือเป็นการยักยอกหลายกรรมหรือไม่

หลักกฎหมาย

การรับเงินค่าธรรมเนียมและกักจดหมายไว้แต่ละวันโดยมิได้ปฏิบัติถูกต้อง ถือเป็นการยักยอกแต่ละครั้ง เป็นความผิดหลายกรรมรวมกัน

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับให้จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. ม. 147 เรียงกระทงความผิด 7 กระทง จำคุก 35 ปี ลดโทษคงจำคุก 23 ปี 4 เดือน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นพนักงานไปรษณีย์ รับเงินค่าธรรมเนียมฝากส่งจดหมาย 7 วัน รวม 7 ครั้ง โดยมิได้ปิดตราไปรษณียากรและกักจดหมายไว้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 91
  • ม. 147
  • ม. 157
  • ม. 163
  • มาตรา ๕๘ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ
  • มาตรา ๕๘พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐพ.ศ.

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2395/2527พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอฝาง)โจทก์นายวินิจ ปังพูนทรัพย์จำเลย ป.อ. ม. 91, ม. 147, ม. 157, ม. 163 พ.ร.บ.ไปรษณีย์ พ.ศ.2477 ม. 58 พ.ร.บ.การสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 ม. 15 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งนายไปรษณีย์โทรเลขอำเภอฝางและเป็นพนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ได้รับเอาเงินค่าธรรมเนียมฝากส่งจดหมายแต่ละวันเป็นเวลา 7 วัน รวม 7 ครั้งไว้โดยมิได้ปิดตราไปรษณียากรที่ซองจดหมายหรือมิได้จ่ายตราไปรษณียากรให้ผู้ฝากปิดเองตามระเบียบ แล้วเบียดบังเงินค่าธรรมเนียมและกักจดหมายดังกล่าวแต่ละวันไว้ เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยยักยอกเอาเงินดังกล่าวแต่ละครั้งแต่ละวันไปอันเป็นความผิดหลายกรรมรวม 7 กรรม เมื่อพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2519 มาตรา 15 บัญญัติให้พนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้น จึงถือได้ว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จะปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 หาได้ไม่ และเมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา147 แล้ว ก็ไม่จำต้องปรับบทด้วยมาตรา 157 อีกโจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งนายไปรษณีย์โทรเลขอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้บังอาจกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ระหว่างวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๕ ถึงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๒๕ วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้บังอาจกระทำการยักยอกทรัพย์เบียดบังเอาเงินและทรัพย์สินที่อยู่ในความดูแลรักษารับผิดชอบของจำเลยไปเป็นประโยชน์ โดยจำเลยได้รับฝากไปรษณีย์ประเภท