สามีไม่มีสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมที่ภรรยาทำไว้หลัง พ.ร.บ.ฉบับที่ 8 พ.ศ.2519 การบอกล้างไม่ต้องทำตามแบบ
มาตรา 137 วรรคสองเดิมถูกยกเลิก สามีไม่มีสิทธิบอกล้าง สิทธิเป็นของภรรยา การบอกล้างไม่ต้องทำตามแบบ การให้การในศาลว่าถูกกลฉ้อฉลถือเป็นการบอกล้างได้
พิพากษายืนศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์ เนื่องจากสัญญาเป็นโมฆียะกรรมและจำเลยได้บอกล้างแล้วโดยไม่มีผลผูกพัน
ภรรยาทำสัญญาแบ่งที่ดินเพราะถูกกลฉ้อฉล สามีบอกล้าง แต่กฎหมายใหม่ยกเลิกสิทธิสามี การบอกล้างโดยภรรยาผ่านการให้การในศาลถือสมบูรณ์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3237/2527นางคำหม่อน แก้วศิลป์โจทก์นางเฉลิม โสมจำปาจำเลย ป.พ.พ. ม. 121, ม. 137, ม. 138 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2519 มาตรา 137 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิมถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 8 ) พ.ศ.2519 มาตรา 4 สามีไม่มีสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมที่ภรรยาเป็นผู้กระทำไว้ สิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมเป็นของภรรยาผู้ได้ทำการแสดงเจตนาโดยวิปริต กฎหมายมิได้กำหนดแบบการบอกล้างโมฆียะกรรมไว้ การที่จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยทำเอกสารดังกล่าวเพราะถูกกลฉ้อฉลสำคัญผิดในวัตถุแห่งนิติธรรมจึงไม่ผูกพันจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจนำเอกสารดังกล่าวมาฟ้องจำเลย ขอให้ยกฟ้อง คำให้การดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการบอกล้างโมฆียะกรรมแล้วโจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน มารดายกที่พิพาทให้จำเลย เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๒๓ จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ต่อมาโจทก์แจ้งให้จำเลยแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยเพิกเฉยขอให้ศาลบังคับจำเลยแบ่งที่พิพาทครึ่งหนึ่งแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า มารดายกที่พิพาทให้จำเลยและสามีจำเลยตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๐ จำเลยและสามีครอบครองที่พิพาทในฐานะเจ้าของตลอดมา จำเลยได้ขอให้เจ้าพนักงานออก น.ส.๓ ก. เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ จำเลยลงลายพิมพ์นิ้วมือในสัญญาประนีประนอมยอมความเพราะถูกกลฉ้อฉล สำคัญผิดในวัตถุแห่งนิติกรรม ต่อมาสามีจำเลยได้บอกล้างนิติกรรมแล้ว สัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่ผูกพันจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ถูกกลฉ้อฉล พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉั