การนับอายุความคดีเช็คเริ่มนับเมื่อใด หากยังไม่ได้มีการเรียกเก็บเงินและธนาคารไม่ได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน
ความผิดเกี่ยวกับการใช้เช็คเกิดขึ้นและเริ่มนับอายุความเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คจริง ไม่ใช่แค่นำไปสอบถาม
พิพากษายืน ศาลอุทธรณ์ คดีไม่ขาดอายุความเพราะเริ่มนับอายุความเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจริง
โจทก์นำเช็คไปสอบถามธนาคารเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ขอเรียกเก็บเงิน และธนาคารไม่ได้ปฏิเสธการจ่ายเงินในวันนั้น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2528นายพิเชษฐ์ ศิริอำนาจโจทก์นายวีระพล ส่องเสนาจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ป.อ. ม. 96โจทก์เพียงนำเช็คพิพาทไปสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าบัญชีของจำเลยมีเงินหรือไม่เท่านั้น ไม่ปรากฏว่าธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ดังนั้นความผิดของจำเลยจึงยังไม่เกิดขึ้น อายุความฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 จึงยังไม่เริ่มนับ อายุความต้องเริ่มนับในวันที่โจทก์นำเช็คไปยื่นเพื่อเรียกเก็บเงิน และธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินดังที่ปรากฏหลักฐานตามเช็คและใบคืนเช็คโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ให้จำคุก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาในวันเช็คถึงกำหนดชำระเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ โจทก์ได้นำเช็คพิพาทไปสอบถามทางธนาคารว่าบัญชีของจำเลยมีเงินอยู่หรือไม่ และธนาคารก็ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าว จึงต้องเริ่มนับอายุความในวันนั้นซึ่งคดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว เห็นว่าความผิดเกี่ยวกับการใช้เช็คเกิดขึ้นและเริ่มนับอายุความได้เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คจริงแต่คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ โจทก์เพียงนำเช็คพิพาทไปสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าบัญชีของจำเลยมีเงินหรือไม่เท่านั้น ไม่ปรากฏว่าธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามข้ออ้างของจำเลยและโจทก์ก็มิได้ขอเรียกเก็บเงินตามเช็คด้วย หากมีการเรียกเก็บเงินตามเช็คในวันนั้นและจำเลยไม่มีเงิน