เขตอำนาจศาลแขวงเปลี่ยนแปลงเมื่อตั้งอำเภอใหม่หรือไม่ และศาลจังหวัดใช้ดุลพินิจรับคดีได้หรือไม่
พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอใหม่ไม่เปลี่ยนเขตอำนาจศาลแขวงเดิมหากไม่ได้บัญญัติไว้ชัดเจน ศาลจังหวัดใช้ ม.14(2) ดุลพินิจรับคดีได้ ศาลฎีกาไม่อาจเพิกถอนการประทับฟ้อง
พิพากษายกฎีกา
ศาลแขวงชลบุรีมีเขตอำนาจอำเภอบ้านบึง (รวมกิ่งอำเภอหนองใหญ่) เมื่อตั้งอำเภอหนองใหญ่แยกออกมาแต่กฎหมายไม่ระบุเปลี่ยนเขตอำนาจ ศาลจังหวัดชลบุรีใช้ดุลพินิจรับคดีและพิพากษาแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2528พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรีโจทก์นายเซ่งฮวด แซ่จึงจำเลย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม. 14 พ.ร.ฎ.เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวง พ.ศ.2517 พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวง พ.ศ. 2517 บัญญัติให้ศาลแขวงชลบุรีมีเขตอำนาจครอบคลุมท้องที่อำเภอบ้านบึงจึงมีเขตอำนาจรวมถึงกิ่งอำเภอหนองใหญ่ซึ่งเป็นท้องที่ส่วนหนึ่งของอำเภอบ้านบึงในขณะนั้น แม้ต่อมาจะมีพระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอหนองใหญ่ ฯลฯ พ.ศ. 2524 ให้ตั้งกิ่งอำเภอหนองใหญ่เป็นอำเภอหนองใหญ่ก็ตาม แต่พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอหนองใหญ่ ฯลฯ พ.ศ.2524 มิได้บัญญัติไว้ว่าบรรดาคดีของท้องที่กิ่งอำเภอหนองใหญ่ที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลแขวงชลบุรีก่อนตั้งอำเภอหนองใหญ่จะให้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลใดอำเภอหนองใหญ่จึงยังคงอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงชลบุรีดังเดิม ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าเขตอำนาจของศาลแขวงชลบุรีไม่คลุมถึงอำเภอหนองใหญ่ ให้ศาลจังหวัดชลบุรีประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาและศาลจังหวัดชลบุรีได้สั่งประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาและพิพากษาคดีไปแล้ว ดังนี้ ถือได้ว่าศาลจังหวัดชลบุรีใช้ดุลพินิจยอมรับพิจารณาพิพากษาคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 14 (2) แล้วศาลฎีกาจึงไม่อาจพิพากษาให้ไม่ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๕ ริบขอบกลางและให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย ศาลจังหวัดชลบุรีตรวจฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าอำเภอหนองใหญ่ยังอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงชลบุรี จึงไม่รับประทับฟ้องของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเมื่อยกฐานะกิ่งอำเภอหนองใหญ่เป็นอำเภอหนองใหญ่ไม่ขึ้นอยู่กับอำเภอบ้านบึงแล้ว เขตอำนาจของศาลแขวงชลบุรีย่อมไม่คลุมถึงอำเภอหนองใหญ่อีกต