ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3120/2528

ประเด็นกฎหมาย

การจดทะเบียนสมรสภายหลังไม่ทำให้บุตรกลับได้สัญชาติไทยหากถูกถอนตามประกาศคณะปฏิวัติ 337

หลักกฎหมาย

ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 เป็นกฎหมายพิเศษที่มีผลบังคับเหนือ พ.ร.บ.สัญชาติ การจดทะเบียนสมรสภายหลังไม่ทำให้กลับได้สัญชาติหากไม่ได้รับการยกเว้นจากรัฐมนตรี

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสัญชาติไทยและไม่มีสิทธิขอทำบัตรประจำตัวประชาชน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

บิดาไทย มารดาต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย โจทก์เกิดก่อนจดทะเบียนสมรส ถูกถอนสัญชาติตามประกาศคณะปฏิวัติ 337

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3120/2528นางสาวลัดดาวัลย์ แสนยอดคำโจทก์ร้อยตรีเจริญ อุปราคมฯ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1547 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ม. 7 (1) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ขณะโจทก์เกิดบิดามารดาของโจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันมารดาโจทก์เป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง โจทก์จึงต้องถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ข้อ 1 แม้บิดามารดาของโจทก์จะได้จดทะเบียนสมรสกันในภายหลัง มีผลให้โจทก์กลายเป็นบุตร โดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1547 ก็ตาม ก็หาทำให้โจทก์กลับได้สัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้กับกรณีทั่ว ๆ ไปอีกไม่ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ได้กำหนดเรื่องการถอนสัญชาติไทยและการได้สัญชาติไทยของบุคคลบางประเภทไว้เป็นพิเศษ ยิ่งกว่าการเสียสัญชาติไทย และการกลับคืนสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และในข้อ 3 ของประกาศนั้นยังระบุไว้อีกด้วยว่า ถ้ามีบทกฎหมายใดขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ก็ให้ใช้ประกาศนี้แทนแสดงให้เห็นว่าประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 มีผลบังคับเป็นพิเศษยิ่งกว่าพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยสัญชาติโดยทั่ว ๆ ไปทั้งนี้เพราะการได้สัญชาติก่อให้เกิดสิทธิบางประการแก่ผู้ได้รับสัญชาติแต่ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดหน้าที่แก่รัฐต่อผู้ได้รับสัญชาติด้วยจึงเป็นอำนาจของรัฐที่จะให้สัญชาติแก่ผู้ใดตามเงื่อนไขที่รัฐเห็นว่าเหมาะสมซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนโยบายเหตุการณ์บ้านเมืองและความจำเป็นของแต่ละประเทศเมื่อปรากฏว่าโจทก์ถูกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรว