ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3709/2528

ประเด็นกฎหมาย

การใช้เรือดัดแปลงเป็นสถานที่ขนถ่ายสินค้าเรือขนาด 500 ตันกรอสขึ้นไปถือเป็นการประกอบกิจการท่าเรือหรือไม่

หลักกฎหมาย

กิจการท่าเรือเดินทะเลที่มีท่าให้บริการแก่เรือขนาด 500 ตันกรอสขึ้นไป ไม่ว่าเรียกค่าตอบแทนหรือไม่ เป็นกิจการสาธารณูปโภคที่ต้องได้รับอนุญาต แม้ผู้ประกอบไม่ได้มุ่งหาประโยชน์ก็เข้าข่ายความผิดหากไม่ได้รับอนุญาต

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ให้ปรับจำเลยรายละ 4,000 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยนำเรือลำเลียงขนาด 1,075.40 ตันกรอสมาจอดเทียบเรืออีกลำที่ดัดแปลงปิดปากระวางด้วยเหล็กเพื่อรถยนต์บรรทุกขนถ่ายสินค้า โดยผูกโยงตรึงไว้กับฝั่งในทะเลสาบสงขลาโดยไม่ได้รับอนุญาต

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3709/2528พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสงขลาโจทก์บริษัทสงขลาโหงวฮก จำกัด กับพวกจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ป.วิ.อ. ม. 222การที่จำเลยทั้งสองนำเรือมาดัดแปลงใช้เหล็กปิดปากระวางเพื่อให้ รถยนต์บรรทุกแล่นลงไปขนส่งสินค้า กับได้ใช้ลวดผูกโยงตรึงให้อยู่กับที่และใช้เรือลำเลียงเดินทะเลมีขนาด 1,075.40 ตันกรอส เทียบขนถ่ายสินค้าเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการใช้สิ่งลอยน้ำเป็นสถานที่สำหรับให้บริการแก่เรือเดินทะเลที่มีขนาดตั้งแต่ 500 ตันกรอสขึ้นไป อันเป็นการประกอบกิจการท่าเรือแล้ว หาได้ใช้ในสภาพที่เป็นเรือลำเลียงไม่การกระทำของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการประกอบกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภคอันกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัยหรือผาสุกของประชาชน ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 จำเลยทั้งสองฎีกาว่าทำการขนถ่ายสินค้า 2 ครั้งด้วยความจำเป็น ไม่มีเจตนาใช้เป็นท่าเรือ กับฎีกาว่าเรือสมิหลา 2 ไม่ใช่เรือเดินทะเลเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยทั้งสองฎีกาว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 มาตรา 47 นั้นปรากฏว่าโจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตรา 47 และศาลล่างทั้งสองมิได้หยิบยกบทกฎหมายดังกล่าวมาลงโทษจำเลยทั้งสองแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นสาระแก่คดี ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย การประกอบกิจการท่าเรือ แม้ผู้ประกอบกิจการจะไม่ได้มุ่งหาประโยชน์จากกิจการดังกล่าว ก็ต้องได้รับอนุญาตเพราะกระทบกระเทือนถึงความปลอดภัย หรือผาสุกของประชาชน จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการกระทำกิจการต่าง ๆ แทนลำพังจำเลยที่ 1 ไม่อาจกระทำ