บันทึกประจำวันมิใช่คำร้องทุกข์ หากผู้แจ้งยังไม่ขอมอบคดี
การลงบันทึกประจำวันเพื่อแจ้งไว้เป็นหลักฐาน โดยผู้แจ้งยังไม่ขอมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการถึงทันที มิใช่คำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (7)
พิพากษายืน ยกฟ้อง
ผู้แจ้งลงบันทึกประจำวันหลังเช็คถูกปฏิเสธเงิน โดยระบุว่ายังจะติดตามทวงถามด้วยตนเองก่อน และจะกลับมาขอมอบคดีหากถูกปฏิเสธอีก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2529นางสาวเชาวลี ชุนประสานโจทก์นางสาวบุศรา วุฒิเสถียรจำเลย ป.วิ.อ. ม. 2 (7) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค คำแจ้งความที่ว่า มาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อที่จะให้ดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด แต่ในชั้นนี้ผู้แจ้งยังไม่ขอมอบคดี โดยจะขอไปติดตามทวงถามด้วยตนเองอีก ถ้าได้รับการปฏิเสธการใช้เงินจะกลับมามอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการถึงที่สุด จึงขอลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานนั้น เห็นได้ว่าในวันที่มีการลงบันทึกประจำวัน เป็นการแจ้งไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น บันทึกดังกล่าวจึงมิใช่คำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วินิจฉัยว่า โจทก์มิได้ร้องทุกข์ไว้ก่อน คดีโจทก์จึงขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า รายงานประจำวันระบุใจความเป็นสำคัญว่า "หลังจากทราบว่าเช็คทั้งสองฉบับได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้แจ้งได้ติดตามทวงถาม น.ส. บุศรา ฯ ตลอดมา ผู้แจ้งได้รับความเสียหาย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ง.ส. สภ.อ. ปากเกร็ด เพื่อที่จะให้ดำเนินคดีกับ น.ส. บุศรา ฯ ให้ถึงที่สุด แต่ในชั้นนี้ผู้แจ้งยังไม่ขอมอบคดีโดยจะขอไปติดตามทวงถามด้วยตนเองอีก ถ้าได้รับปฏิเสธจะกลับมามอบคดีให้ พ.ง.ส. ดำเนินการถึงที่สุด จึงขอลง ป.จ.ว. ไว้เป็นหลักฐาน" ความดังกล่าวเป็นที่เห็นได้ว่าในวันที่มีการลงบันทึกประจำวันหมาย จ. ๕ นั้น เป็นการแจ้งไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น มิได้เจตนาจะให้สอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยตั้ง