ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2529
ประเด็นกฎหมาย
การพิสูจน์ความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค ต้องแสดงว่าวันออกเช็คผู้รับเงินไม่มีเงินในบัญชีเพียงพอหรือไม่
หลักกฎหมาย
ความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค มาตรา 3(1) ต้องพิสูจน์ว่าวันออกเช็คจำเลยไม่มีเงินในบัญชีเพียงพอจ่าย หากเรียกเก็บหลังกำหนด โจทก์ต้องนำสืบว่าวันออกเช็คไม่มีเงินพอ
คำวินิจฉัย
พิพากษายืนยกฟ้อง เนื่องจากโจทก์ไม่ได้นำสืบว่าวันออกเช็คจำเลยไม่มีเงินในบัญชีเพียงพอจ่ายตามเช็ค คดีจึงไม่มีมูล
ข้อเท็จจริงสำคัญ
ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินด้วยเหตุผลว่าบัญชีปิด โจทก์ไม่ได้นำสืบว่าวันออกเช็คจำเลยมีเงินในบัญชีเพียงพอจ่ายหรือไม่
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2529นายวิโรจน์ เกษากิจโจทก์นายสุรพล พุ่มเจริญจำเลย ป.วิ.อ. ม. 162, ม. 167 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(1) บัญญัติว่า 'ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น' และข้อความในตอนท้ายของมาตราดังกล่าวที่บัญญัติว่า 'ถ้าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น มีความผิด .......ฯลฯ........' เป็นองค์ประกอบที่ทำให้การกระทำผิดเกิดขึ้นสำเร็จ จะขาดองค์ประกอบข้อใดข้อหนึ่งมิได้ การกระทำที่จะเป็นความผิดดังกล่าวจะต้องได้ความว่า จำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีเพียงพอที่จะจ่ายตามเช็คของตนในวันออกเช็ค ฉะนั้นหากมีการเรียกเก็บเงินตามเช็คหลังจากวันที่เช็คถึงกำหนดโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าในวันออกเช็คจำเลยไม่มีเงินในบัญชีธนาคารพอจ่ายตามเช็ค คดีนี้เมื่อโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าในวันออกเช็ค จำเลยมีเงินในบัญชีพอที่จะจ่ายตามเช็คนั้นได้หรือไม่ ข้อนำสืบของโจทก์จึงขาดสาระสำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลความผิดตามฟ้อง แม้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ก็ต้องนำสืบให้ปรากฏถึงข้อเท็จจริงเช่นว่านั้นด้วยเมื่อโจทก์มิได้นำสืบ คดีโจทก์ก็ไม่มีมูลโจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกเช็คชำระหนี้ให้โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเข้าบัญชี แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินด้วยเหตุผลว่าบัญชีปิดแล้วการกระทำของจำเลยเป็นการสั่งจ่ายเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิด