การตีความพิกัดศุลกากรซิลิโคนที่จัดได้หลายประเภท ใช้เกณฑ์ข้อ 3(ค) จัดประเภทตามอัตราอากรสูงสุด
หากสินค้าชนิดหนึ่งอาจจัดเข้าได้ 2 ประเภทหรือมากกว่า และไม่ใช่กรณีระบุลักษณะชัดแจ้งหรือของผสม ต้องจัดเข้าประเภทที่มีอัตราอากรสูงสุดตามหลักเกณฑ์ข้อ 3(ค)
พิพากษายืน ยกฟ้อง
โจทก์นำเข้าซิลิโคนบริสุทธิ์ 15 เมตริกตัน ซึ่งใช้ได้ทั้งเป็นวัตถุดิบและวัตถุสำเร็จรูป พร้อมกัน ทำให้จัดพิกัดได้ 2 ประเภท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2529บริษัทสยามเท็กซ์ไทล์เคมี จำกัดโจทก์กรมศุลกากรจำเลย พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 ภาค 1, ภาค 2 หมวด 7 ตอน 39 พิกัด ประเภทที่ 39.01 ก., 39.01 ข.ซิลิโคนบริสุทธิ์ที่โจทก์นำเข้ามาใช้ประโยชน์ทั้งสองทางพร้อมกันคือใช้ได้ทั้งเป็นวัตถุดิบและวัตถุสำเร็จรูป การพิจารณาว่าซิลิโคนที่นำเข้าใช้เป็นวัตถุดิบหรือไม่ให้ดู 'ชนิด' ของซิลิโคน หาใช่ดูการใช้ซิลิโคนจำนวนนั้นจริง ๆ ไม่ เมื่อซิลิโคนที่โจทก์นำเข้าเป็นได้ทั้งชนิดที่ใช้เป็นวัตถุดิบตามพิกัดประเภทที่ 39.01 ก. และวัตถุสำเร็จรูปอันเป็นชนิดอื่น ๆ ตามพิกัดประเภทที่ 39.01 ข. จึงเป็นกรณีของชนิดหนึ่งอาจจัดเข้าได้ 2 ประเภทหรือมากกว่านั้น ต้องอาศัยหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร ตามภาค 1 ท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2503 บังคับ กรณีนี้มิใช่ประเภทหนึ่งระบุลักษณะของของไว้ชัดแจ้ง และอีกประเภทหนึ่งระบุไว้อย่างกว้าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ข้อ 3 (ก) ทั้งมิใช่กรณีของซึ่งผสมหรือประกอบด้วยวัตถุต่างชนิดกันตามหลักเกณฑ์ข้อ 3 (ข) จึงต้องเข้าประเภทซึ่งมีอัตราอากรสูงที่สุด คือประเภทที่ 39.01ข. ตามหลักเกณฑ์ข้อ 3 (ค)โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้สั่งซื้อและนำสารเคมีซิลิโคนจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร จำนวน ๑๕ เมตริกตัน เพื่อผสมและประกอบในการผลิตสินค้า โดยโจทก์ได้แสดงรายการสินค้าในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้ายื่นชำระภาษีอากรต่อพนักงานของจำเลยในพิกัดประเภทที่ ๓๙.๐๑ ก. อัตราร้อยละ ๔๐ ภาษีการค้าร้อยละ ๑.๕ ตามบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๐๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว แต่พนักงานของจำเลยไม่ยอม โดยกำหนดให้โจทก์แก้ไขและชำระภาษีอากรในพิกัดประเภทที่ ๓๙.๐๑ ข. อัตราร้อยละ ๖๐ ภาษีการค้าร้อยละ๗