ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1599/2529

ประเด็นกฎหมาย

การฟ้องคดีเกี่ยวกับค่าเสียหายจากสัญญาวางมัดจำซื้อที่ดินและว่าจ้างก่อสร้าง เมื่อโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ถือเป็นการฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือไม่

หลักกฎหมาย

คำฟ้องขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแม้เกิดจากสัญญาวางมัดจำซื้อที่ดินและว่าจ้างก่อสร้าง แต่หากจำเลยได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์แล้ว คำฟ้องมิได้บ่งถึงการบังคับแก่ตัวทรัพย์ จึงไม่ถือเป็นคำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ โดยศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องต่อศาลที่มีภูมิลำเนาจำเลยอยู่เป็นการชอบแล้ว

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยผิดสัญญาวางมัดจำซื้อที่ดินและว่าจ้างก่อสร้างอาคาร ให้ชดใช้ค่าเสียหาย โดยจำเลยได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารให้โจทก์แล้วก่อนฟ้อง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1599/2529นายวิฑูรย์ ศรีคุณากรโจทก์บริษัทสมานมิตรพัทยา จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 379, ม. 381 ป.วิ.พ. ม. 4 (1), คำฟ้องโจทก์หาว่าจำเลยผิดสัญญาวางมัดจำซื้อที่ดินและว่าจ้างก่อสร้างอาคาร ซึ่งจำเลยได้โอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์แล้ว ให้ชดใช้ค่าเสียหายนั้น มิได้บ่งถึงการที่จะบังคับแก่ตัวทรัพย์คือที่ดินและอาคารที่ปลูกสร้างจึงไม่เป็นคำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิ หรือประโยชน์ใด ๆ อันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ โจทก์จึงยื่นฟ้องต่อศาลซึ่งจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลนั้นได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไม่ได้ปลูกสร้างอาคารตามสัญญาเป็นเหตุให้อาคารและที่ดินของโจทก์มีราคาตกลง ขอให้ชำระค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ไม่ได้ผิดสัญญา โจทก์ฟ้องคดีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ต้องฟ้องต่อศาลที่ทรัพย์ตั้งอยู่ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์หาว่าจำเลยผิดสัญญาให้ชดใช้ค่าเสียหายแม้เป็นสัญญาวางมัดจำซื้อที่ดินและว่าจ้างก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ๓ ชั้น จำเลยก็ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารที่ปลูกสร้างให้โจทก์แล้ว คำฟ้องโจทก์มิได้บ่งถึงการที่จะบังคับแก่ตัวทรัพย์คือที่ดินและอาคารพาณิชย์ที่ปลูกสร้าง จึงไม่เป็นคำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิ หรือประโยชน์ใด ๆ อันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้น โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลซึ่งจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลจึงเป็นการชอบแล้ว พิพากษายืน.(ประพันธ์ ผลฉาย-ประการ กาญจนศูนย์-พลจิตต์ ดียืน)ศาลแพ่ง - นายไพทูรย์ เนติโพธิ์ศาลอุทธรณ์ - นายประชา บุญวนิชแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพาก