ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1894/2529

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิในการยึดหน่วงเงินสะสมเพื่อหักกลบหนี้จากความเสียหายจากการปล่อยสินเชื่อเกินอำนาจ

หลักกฎหมาย

เงินสะสมกับค่าเสียหายจากการปล่อยสินเชื่อไม่เกี่ยวข้องกัน เงินสะสมจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่จำเลยครองอยู่โดยมีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์เกี่ยวด้วยทรัพย์สินนั้น จึงไม่มีสิทธิยึดหน่วงตามมาตรา 241

คำวินิจฉัย

ให้จำเลยจ่ายเงินสะสมแก่โจทก์ โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในค่าชดเชยและเงินสะสม แก้คำพิพากษาศาลแรงงานกลางในส่วนนี้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ถูกเลิกจ้างและเรียกร้องเงินสะสม จำเลยอ้างสิทธิยึดหน่วงเงินสะสมเพื่อหักกลบหนี้จากความเสียหายที่โจทก์ก่อขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อเกินอำนาจ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1894/2529นายผล สุขสวัสดิ์โจทก์บริษัทธนาคารเอเซียทรัสต์ จำกัด และหรือบริษัทธนาคารสยาม จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 241, ม. 341 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน เงินสะสมที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากจำเลยกับค่าเสียหายของจำเลยอันเนื่องจากการที่โจทก์ปล่อยสินเชื่อเกินอำนาจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ไม่เกี่ยวข้องกัน ทั้งมิใช่ทรัพย์สินของโจทก์ที่จำเลยครองอยู่โดยมีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่จำเลยเกี่ยวด้วยทรัพย์สินนั้น จำเลยหามีสิทธิยึดหน่วงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 241 เมื่อหักกลบลบหนี้ไม่ จำเลยต้องจ่ายเงินสะสมแก่โจทก์เมื่อเลิกจ้างโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ชอบขอให้จำเลยชดใช้ค่าชดเชยเงินสะสม เงินสมทบ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าเสียหายรวมเป็นเงิน ๕๕๔,๒๕๕ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธหลายประการ และว่าโจทก์ได้ปล่อยสินเชื่อไปโดยประมาทเลินเล่อหรือปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ เป็นเหตุให้จำเลยเสียหาย ซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดชอบต่อจำเลย จำเลยจึงยึดหน่วงค่าชดเชย เงินสะสม เงินสมทบ รวมทั้งสิ้น ๒๐๑,๔๐๕ บาทไว้ก่อน เพื่อรอผลการสอบสวนและตรวจสอบของคณะกรรมการของจำเลยว่าโจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยเท่าใดแล้วนำมาหักกลบลบหนี้กัน ขณะนี้การตรวจสอบยังไม่เสร็จ จำเลยจึงไม่สามารถจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินต่าง ๆ ตามที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแก่โจทก์ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ๘๔,๓๐๐ บาท เงินสะสม๕๘,๕๕๒.๕๐ บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีโดยดอกเบี้ยของค่าชดเชยให้จำเลยเสียตั้งแต่วันเลิกจ้าง ส่วนดอกเบี้ยของเงินสะสมให้จำเลยเสียตั้งแต่วันที่ ๘พฤศจิ