ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1959/2529
ประเด็นกฎหมาย
การปฏิบัติราชการตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายถือเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือไม่ และบุคคลที่เกิดโดยมารดาต่างด้าวชั่วคราวมีสัญชาติไทยหรือไม่
หลักกฎหมาย
การปฏิบัติราชการตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผน ไม่ทำให้การกระทำนั้นกลายเป็นไม่ได้โต้แย้งสิทธิ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง แม้การกระทำจะชอบด้วยกฎหมายก็ตาม
คำวินิจฉัย
พิพากษายืน ให้เพิ่มชื่อโจทก์ทั้งสองลงในทะเบียนบ้าน โดยวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองได้โต้แย้งสิทธิโจทก์ และโจทก์มีสัญชาติไทย
ข้อเท็จจริงสำคัญ
โจทก์เกิดโดยมารดาเป็นคนต่างด้าว (ญวนอพยพ) ที่ได้รับอนุญาตอยู่ชั่วคราวในไทย ขณะเกิดไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาบิดามารดาจดทะเบียนสมรส แต่ถูกถอนสัญชาติตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 337
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1959/2529นายสุพัตร ศรีธัญรัตน์ กับพวกโจทก์นายบุญช่วย ศรีสารคามผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีกับพวก ป.พ.พ. ม. 1547 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 142, ม. 172, ม. 246, ม. 247 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ม. 7 (1) (3) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด โดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้สั่งการให้มีการถอนชื่อโจทก์ทั้งสองออกจากทะเบียนบ้านเนื่องจากโจทก์ทั้งสองถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 และปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้นที่จะมีอำนาจถอนชื่อโจทก์ทั้งสองออกจากทะเบียนบ้านได้แสดงชัดว่าโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น ส่วนที่โจทก์กล่าวในฟ้องถึงจำเลยที่ 1 ในฐานะเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในเขตจังหวัดนั้นมาด้วยแม้จะเป็นตำแหน่งที่ไม่มีในกฎหมาย ก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ที่ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดเสียไป และการที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดมีหนังสือแจ้งให้จำเลยที่ 2 ในฐานะนายทะเบียนท้องถิ่นทราบว่าโจทก์ทั้งสองไม่ได้สัญชาติไทย ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 และสั่งให้จำเลยที่ 2 ดำเนินการตามระเบียบ จำเลยที่ 2 จึงได้ดำเนินการถอนชื่อโจทก์ทั้งสองออกจากทะเบียนบ้าน ตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 เช่นนี้แสดงว่าจำเลยทั้งสองได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว แม้การกระทำของจำเลยทั้งสองจะเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนก็ไม่ทำให้กลายเป็นไม่ได้โต้แย้งสิทธิโจทก์ไปไม่. โจทก์ทั้งสองมีมารดาเป็นคนญวนอพยพ ซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามความหมายของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยชั่วคราวโจทก์ที่ 1 เกิดเมื่อวันท