เครื่องจักรและอุปกรณ์ในโรงเลื่อยจักรเป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ และโจทก์มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เอาประกันภัยหรือไม่ เมื่อได้ขายเครื่องจัก
เครื่องจักรและอุปกรณ์ในโรงเลื่อยจักรโดยสภาพเป็นสังหาริมทรัพย์ การซื้อขายเครื่องจักรจึงสมบูรณ์เมื่อตกลงกันและกรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อทันทีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458 หากโจทก์ได้ขายเครื่องจักรไปก่อนทำประกันภัย โจทก์จึงไม่มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เอาประกันภัย กรมธรรม์ประกันภัยจึงไม่มีผลผ
พิพากษายืน โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เอาประกันภัย จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
โจทก์ทำสัญญารับประกันอัคคีภัยเครื่องจักรและอุปกรณ์กับจำเลย เกิดเพลิงไหม้เสียหาย โจทก์ได้ขายเครื่องจักรและอุปกรณ์แก่นายนำชัย ประสิทธิ์ไพศาล ไปแล้วก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ และไม่มีการจดทะเบียนเครื่องจักรตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5417/2537ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงเลื่อยจักร ไทย หย่วนเฮงโจทก์บริษัท บางกอก สห ประกันภัย จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 139, ม. 140, ม. 144, ม. 456, ม. 458, ม. 863 พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ.2514 เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงเลื่อยจักรโดยสภาพแล้วเป็นสังหาริมทรัพย์มิใช่ทรัพย์ที่ติดอยู่กับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นโรงเลื่อย อันจะเป็นส่วนควบของโรงเลื่อยและเป็นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งการซื้อขายจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้จดทะเบียนเครื่องจักรที่เอาประกันภัยไว้ตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 การซื้อขายเครื่องจักรจึงสมบูรณ์เมื่อโจทก์กับ น. ได้ตกลงซื้อขายกันกรรมสิทธิ์ในเครื่องจักรที่ขายย่อมโอนไปยัง น. ผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 458 แม้ตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายจะกำหนดให้การซื้อขายจะต้องไปทำหนังสือสัญญาและจดทะเบียนรับซื้ออีก ก็หาทำให้การซื้อขายเครื่องจักรซึ่งสมบูรณ์แล้วกลับกลายเป็นไม่สมบูรณ์ไม่ เมื่อกรรมสิทธิ์ในเครื่องจักรได้ตกไปเป็นของ น.แล้วตั้งแต่ก่อนที่โจทก์จะเอาประกันภัยไว้กับจำเลย โจทก์จึงไม่มีส่วนได้เสียในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เอาประกันภัยกรมธรรม์ประกันภัยเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ระหว่างโจทก์กับจำเลยย่อมไม่มีผลผูกพันคู่กรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 863โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2530 จำเลยได้ตกลงทำสัญญารับประกันอัคคีภัยเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของโจทก์ไว้เป็นเงิน 1,000,000 บาท มีกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันทำสัญญา ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2530 ได้เกิดเพลิงไหม้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของโจ