ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3417/2529

ประเด็นกฎหมาย

ดอกเบี้ยจากการให้กู้ยืมเงินหรือแปลงหนี้เป็นครั้งเดียว ถือเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์หรือไม่

หลักกฎหมาย

การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ต้องมีลักษณะทำนองธนาคารและกระทำโดยปกติ คือเคยปฏิบัติมา การให้กู้ยืมหรือแปลงหนี้เป็นรายครั้งไม่ถือเป็นกิจการโดยปกติ ดอกเบี้ยจึงไม่ต้องเสียภาษีการค้าประเภทธนาคาร

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้เพิกถอนคำสั่งประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และให้คืนเงินภาษี เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีบำรุงเทศบาลที่โจทก์ชำระไปแล้ว

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ขายกิจการและแปลงหนี้เป็นเงินกู้ให้บริษัทในเครือเพียงครั้งเดียว ไม่มีการปฏิบัติซ้ำๆ ก่อนหน้า แม้จะได้รับดอกเบี้ยเป็นประจำแต่ไม่ใช่การประกอบกิจการโดยปกติ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3417/2529บริษัทซัมมิท อินดัสเตรีล จำกัด (ปานามา)โจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 78, ม. 84, บัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 12 พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 ม. 4ตามประมวลรัษฎากร บัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 1 ได้กำหนดรายการที่ประกอบการค้าไว้ได้แก่ 'การออมสินที่มิใช่ของรัฐบาล การธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือกิจการของผู้ที่ประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่นให้กู้ยืมเงิน ฯลฯ' แม้คำว่าประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ นั้น หาจำต้องประกอบธุรกิจประเภทรับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้ และใช้ประโยชน์เงินนั้นในทางหนึ่งหรือหลายทาง เช่น ให้กู้ยืมอย่างธนาคาร ดังที่พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 มาตรา 4 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับระหว่างปีภาษีที่พิพาทในคดีนี้บัญญัติไว้ก็ตาม แต่การประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ตามความหมายดังกล่าวจะต้องมีลักษณะทำนองเดียวกับธนาคารพาณิชย์ และจะต้องเป็นการประกอบกิจการโดยปกติด้วย คำว่า โดยปกติย่อมมีความหมายในตัวเองว่าได้มีการประกอบกิจการดังเช่นที่เคยปฏิบัติมา แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าการขายกิจการด้านการตลาดให้แก่บริษัท ซ.แล้วแปลงหนี้เป็นหนี้เงินกู้ก็ดี การให้บริษัท ล. กู้ยืมเงินไปสร้างโรงงานผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และการให้บริษัท อ.กู้ยืมเงินไปซื้อเรือบรรทุกน้ำมันก็ดี แต่ละรายการล้วนแต่โจทก์ได้กระทำเพียงครั้งเดียวทั้งสิ้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์เคยปฏิบัติเช่นเดียวกันนั้นมาก่อน จึงไม่มีทางจะแปลการประกอบกิจการของโจทก์ไปได้ว่าเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ แม้โจทก์ได้รับดอกเบี้ยเป็น