ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 359/2530

ประเด็นกฎหมาย

ประกาศกระแสพระบรมราชโองการเป็นกฎหมายที่ศาลรับรู้ได้เอง ไม่ต้องนำสืบ

หลักกฎหมาย

ประกาศกระแสพระบรมราชโองการมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นข้อที่ศาลรับรู้ได้เอง มิใช่ข้อเท็จจริงที่ต้องนำสืบ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยถูกดำเนินคดีนำพระพุทธรูกล่องเรือไปต่างประเทศ โดยอ้างว่าประกาศกระแสพระบรมราชโองการสิ้นสุดอายุแล้ว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 359/2530พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาโจทก์นายปิยะพงษ์ ยศแก้วจำเลย ป.วิ.อ. ม. 218 ประกาศกระแสพระบรมราชโองการให้ใช้สัญญาว่าด้วยการเดินรถไฟระหว่างพระราชอาณาจักรสยามกับกลันตัน ไทรบุรี เปอร์ลิสและสหรัฐมลายู ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2467 , ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นลงโทษปรับจำเลยสถานเดียวเป็นเงิน 56,025 บาท คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ประกาศกระแสพระบรมราชโองการให้ใช้สัญญาว่าด้วยการเดินรถไฟระหว่างพระราชอาณาจักรสยามกับกลันตัน ไทรบุรี เปอร์ลิศ และสหรัฐมลายู ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2467 เป็นพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วถือว่าเป็นที่ทราบทั่วกันและเป็นข้อที่ศาลรับรู้ได้เอง มิใช่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องนำสืบโจทก์จึงไม่ต้องนำสืบถึงความมีอยู่ของประกาศกระแสพระบรมราชโองการดังกล่าวโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ.๒๔๘๒ มาตรา ๑๖, ๑๗ พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๔, ๒๒, ๓๘ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๐๘ พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.๒๔๘๒ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๕,๗, ๒๐, ๒๔ พระราชกฤษฎีกาควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ ๒๙) พ.ศ.๒๕๐๙ มาตรา ๓ ประกาศกระแสพระบรมราชโองการให้ใช้สัญญาว่าด้วยการเดินร